Tuesday, 21 January 2020

เมื่อ FED ทำ QE รูปแบบใหม่นักลงทุนจะติดตามได้อย่างไร

« เมื่อ YouTube เปิดศึกกับ Spotify และ Netflix บนแผ่นดินไทย | Main | เมื่อ Invert Yield Curve กลับมาเยี่ยมอีกครั้งต้อนรับทศวรรษใหม่ »

เมื่อ FED ทำ QE รูปแบบใหม่นักลงทุนจะติดตามได้อย่างไร

เปิดทศวรรษใหม่มาในปี 2020 นี้ ตลาดหุ้นโลกก็ปรับตัวขึ้นทำ All time high อย่างต่อเนื่อง ซึ่งนับว่าพลิกความคาดหมายไม่น้อยเลย จากที่นักวิเคราะห์พูดกันติดต่อมาหลายปีว่าตลาดมันขึ้นมานานเกินไปแล้วกว่า 10 ปี และควรถึงเวลาปรับฐานใหญ่ได้แล้ว

ตลาดหุ้นนั้นขึ้นหรือลงหลัก ๆ มีอยู่ 4 ปัจจัย คือ

1. พื้นฐาน ซึ่งผมมักใช้แนวโน้มการเติบโตของกำไร ถ้าเติบโตเป็นเลขสองหลักก็ถือว่าใช้ได้ แต่ถ้าติดลบหรือเติบโตน้อย ๆ ต่ำกว่า 5% อันนี้ต้องเริ่มระวัง

2. ราคา หรือมูลค่ายุติธรรม อันนี้ดูง่าย ๆ คือดูที่ระดับ P/E เมื่อเทียบกับค่าเฉลี่ยที่ผ่านมาว่ามันสูงหรือต่ำ อีกอันนึงคือดูค่า P/E เทียบกับการเติบโตของกำไรในข้อ 1 ถ้ากำไรโตน้อย แต่ P/E กับแพงเช่นเกิน 15 เท่าให้ระวัง (คล้าย ๆ กับเมืองไทยในช่วงนี้)

3. ความเสี่ยง เช่นเรื่องสงครามการค้า เรื่องสงครามกลางเมือง โรคระบาด Brexit เป็นต้น

4. กระแสเงิน คือการดู fund flow ว่าเงินมันไหลไปหุ้นกลุ่มไหน ภูมิภาคไหน หรือเงินมันกำลังไหลไปสินทรัพย์ไหนระหว่างสินทรัพย์เสี่ยงต่ำอย่างพันธบัตร ทองคำ หรือสินทรัพย์เสี่ยงสูงอย่างหุ้น

รูปที่ 1 งบดุลของ FED ที่กลับมาเพิ่มขึ้นอีกครั้ง | ที่มา Yardeni

ในเรื่องของกระแสเงินนี้เองที่นวัตกรรมของนโยบายการเงินกลับมามีผลมาก ๆ ในรอบกว่า 10 ปีที่ผ่านมา นำโดย FED ที่คิดค้นวิธีบิดเบือนสภาพคล่องตามธรรมชาติของระบบ และเข้าแทรกแทรงโดยการอัดฉีดเงินเข้าระบบ หรือดูดเงินออกจากระบบการเงินโลก

วลีที่ว่า “Don’t fight the FED” เป็นสิ่งที่พิสูจน์แล้วจริง ๆ ความหมายคืออย่าอยู่สวนทางกับ FED เลย เพราะเมื่อดูสถิติของตลาดหุ้นเมื่อเทียบกับการอัดฉีดเงิน ไม่ว่าจะเป็นการทำ QE หรือล่าสุดเป็นการอัดฉีดเงินผ่านตลาด Repo นั้นดูเหมือนจะมีผลต่อตลาดหุ้นมาก ๆ

รูปที่ 2 งบดุลของ FED เมื่อเทียบกับดัชนี S & P 500

ในช่วง 3 ปีที่ผ่านมาเห้นได้ชัดเลยว่าเมื่อ FED ลดขนาดงบดุลแล้วตลาดหุ้น S & P ก็หยุดวิ่ง คืออยู่ในภาวะ Sideway อย่างในช่วงปี 2018 จนถึงกลางปี 2019 แต่พอ FED กลับมาทำ Repo เพื่อเพิ่มขนาดงบดุลอีกครั้งก็ทำให้ดัชนี S & P 500 พุ่งขึ้นไม่หยุดอีกครั้ง

คำถามก็คือเราในฐานะนักลงทุนรายย่อยจะสามารถติดตามการกระตุ้นของ FED ในรอบนี้ได้อย่างไร

ทางทีมลงทุนของ FINNOMENA ได้ช่วยหาช่องทางการติดตามมาให้เรียบร้อยแล้วครับ คือที่ www.newyorkfed.org ซึ่งตารางการทำ Repo ของ FED นั้นมีสัปดาห์ละ 2 ครั้งคือทุกวันอังคารกับวันพฤหัส ซึ่งในปีนี้เราจะทำการอับเดตสถานะให้ทุกท่านได้ติดตามกันอย่างใกล้ชิดเพราะเราเชื่อว่าเป็นปัจจัยที่สำคัญที่สุดปัจจัยหนึ่งที่นักลงทุนต้องติดตามในปีนี้ เชิญไปกด subscribe กันได้ที่ https://www.youtube.com/finnomena ซึ่งเราจัดรายการ FINNOMENA LIVE สดกันทุกวันพฤหัสบดีเวลา 1 ทุ่มตรงต่อเนื่องกันมาเป็นปีที่ 5 แล้ว และก็คงจัดต่อไปเรื่อย ๆ

สุดท้ายนี้ภาพความทรงจำเก่า ๆ ในช่วงต้นปี 2018 ก็ทำให้นึกขึ้นได้ว่าทุกครั้งที่ดัชนีหุ้น S & P 500 ปรับเพิ่มขึ้นแรง ๆ ต่อเนื่องมักจะตามมาด้วยการปรับฐานซัก 10% ให้ใจหายจากนั้นค่อยขึ้นต่อ ดังนั้นนักลงทุนที่มีกำไรติดมือมาก ๆ แล้วก็อย่าซื้อจนเพลินไปนะครับ ทยอยขายทำกำไรบ้างก็เป็นความคิดที่ไม่เลยเหมือนกันครับ

FundTalk รายงาน ณ วันที่ 21 ม.ค. 63

Posted by jessada at 9:21 AM in Fund Talk

 

[Trackback URL for this entry]

Your comment:

(not displayed)
Code:
 
 
 

Live Comment Preview:

 
« January »
SunMonTueWedThuFriSat
   1234
567891011
12131415161718
19202122232425
262728293031