Thursday, 24 September 2015

ALIBABA (1)

« Sharing is Megatrend | Main | ALIBABA (2) »

            วันที่ 19 กันยายน 2014 มี IPO ที่ใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ทุนนิยมสมัยใหม่เกิดขึ้นที่ตลาดหุ้น NYSE ประเทศสหรัฐอเมริกา มันไม่ใช่ธุรกิจใน Silicon Valley หรือธุรกิจธนาคารขนาดยักษ์อย่างที่เคยเป็น แต่มันคือบริษัท e-commerce จากประเทศจีน ในเวลานั้นทุกสายตาก็มองมาที่บริษัทที่ชื่อว่า Alibaba และ CEO Jack Ma ตั้งแต่วันนั้นเรื่องราวอันน่าอัศจรรย์ทางธุรกิจ รวมถึงความมหัศจรรย์ของผู้นำคนนี้ ครูจากเมืองหางโจวก้าวสู่ผู้ที่ร่ำรวยที่สุดบนแผ่นดินจีน ก็ถูกเปิดเผยในวงกว้างในเวลาต่อมา

            Jack Ma หรือ หม่าอวิ๋น (แซ่หม่าหรือเบ๊ในภาษาแต้จิ๋ว ชื่ออวิ๋นแปลว่าเมฆ) เกิดในเมืองหางโจว ในปีคศ. 1964 ซึ่งเป็นปีที่จีนกำลังเข้าสู่ช่วงยุคมืด เพราะสองปีต่อมาใน คศ. 1966 เกิดการปฏิวัติวัฒนธรรม เศรษฐกิจชะงักงัน คนที่เติบโตในยุคนั้นส่วนมากจึงถูกวางกรอบไว้ด้วยแนวคิดประธานเหมา พอถึงช่วงที่หม่าอวิ๋นกำลังเข้ามหาวิทยาลัย ประเทศจีนก็เริ่มเปิดประเทศด้วยนโยบายปฏิรูปเศรษฐกิจ 4 ทันสมัยในยุคเติ้งเสี่ยวผิง มีชาวต่างชาติยุคแรก (เป็นยุคที่นักลงทุนจาก Wall Street เข้ามาบุกเบิกและไม่ประสบความสำเร็จนัก) เข้ามาทำธุรกิจในประเทศจีน หม่าอวิ๋นสนใจโลกภายนอกมาก ๆ แทนที่จะกลัวฝรั่งเหมือนคนจีนคนอื่น เขากลับใช้โอกาสนี้ฝึกพูดคุยกับเพื่อนต่างชาติ และนี่คือจุดเริ่มต้นของ “ภาษาอังกฤษ” ที่เป็นประตูให้เด็กบ้านนอกก้าวสู่โลกกว้างได้ เพื่อนสนิทต่างชาติคนแรกของเขานี่เองที่ตั้งชื่อเขาว่า “Jack” หม่าอวิ๋นไม่ใช่อัจฉริยะเหมือนผู้นำในธุรกิจ dot com เขาสอบเข้ามหาวิทยาลัยไม่ผ่านถึงสองครั้ง จนสุดท้ายก็สามารถเข้ามหาวิทยาลัยครูเล็ก ๆ ได้สำเร็จ ด้วยทักษะภาษาอังกฤษทำให้เขาจบมาเป็นคุณครูสอนภาษา หม่าอวิ๋นมีทักษะการสอนที่ยอดเยี่ยมจนเพื่อน ๆ และนักเรียนของเขาชื่นชอบ หลังจากที่เขาสอนภาษาได้ระยะหนึ่ง เขาก็อยากจะเรียนรู้ชีวิตธุรกิจจริง ๆ แทนที่จะสอนแต่ในตำรา หม่าอวิ๋นบอกนักเรียนของเขาว่า เขาจะไปหาโอกาสใหม่ ๆ ไม่ว่าเขาสำเร็จหรือล้มเหลว เขาก็จะมีเรื่องราวใหม่ ๆ มาสอนให้นักเรียนของเขาอยู่ดี และเขาต้องการพิสูจน์ว่าสิ่งที่อยู่ในตำรานั้น มันล้าสมัยแล้ว

            ปี 1994 หม่าอวิ๋นเดินทางไปสหรัฐอเมริกาและเริ่มรู้จักอินเตอร์เนตที่นั่น นี่คือยุคที่ Dot Com กำลังบูม เป็นช่วงที่เกิด web browser อย่าง Netscape ซึ่งได้รับความนิยมอย่างรวดเร็ว เขาตื่นเต้นกับสิ่งนี้มาก ครั้งแรกเมื่อเขาทดลองใช้อินเตอร์เนต เขาลองค้นหาคำว่า “เบียร์”และกลับพบว่าเขาไม่เจออะไรที่เกี่ยวกับประเทศจีนเลย ทั้ง ๆ ที่ประเทศจีนใหญ่และมีเบียร์ดี ๆ มากมาย ปี 1995 เขาจึงกลับประเทศจีนเริ่มพัฒนา website Portal ที่จะทำให้คนจีนมีประตูสู่โลกกว้าง ความสำเร็จเบื้องต้นในครั้งนั้นทำให้เขาทำเงินได้มากมายถึง 5 ล้านหยวน แต่เขาก็ไม่หยุดที่ความสำเร็จในครั้งนี้ ปี 1999 เขาและเพื่อน ๆ 17 คนก็เริ่มต้นธุรกิจอีกครั้งในอพาร์ทเมนต์ส่วนตัว นี่คือจุดกำเนิดของ Alibaba.com เขาพูดกับเพื่อน ๆ ทุกคนว่า “วันนี้ทุกคนจะต้องจ่ายความเจ็บปวดไปอีกหลาย ๆ ปี คู่แข่งของเราไม่ใช่คนจีน แต่เป็นคนใน Silicon Valley เราไม่ได้ทำเวปสำหรับคนจีน แต่ทำเวปสำหรับคนทั้งโลก ถ้าเรามีหัวใจและทำงานหนักเหมือนคนใน Silicon Valley ซักวันหนึ่ง Alibaba จะสามารถล้มยักษ์อย่าง Yahoo หรือ Amazon ได้” เส้นทางเดินในช่วงแรก Alibaba ไม่ใช่เพียงแต่ไม่โรยด้วยกลีบกุหลาบ แต่มีอุปสรรคขวากหนามมากมาย บริษัทไม่มีรายได้แม้แต่เหรียญเดียวเพราะบริการทุกอย่างฟรี ยิ่งไปกว่านั้นฟองสบู่แตกในปี 2000 ทำให้นักลงทุนบอกว่า Alibaba มีแต่เผาเงินไปทุกวัน ๆ ช่วงเวลานั้นหม่าอวิ๋นต้องลดค่าใช้จ่ายทุกอย่าง และเหมือนว่าทุกสิ่งจะมืดมน ความเชื่อมั่นนักลงทุนหมดไป แต่มันไม่เคยทำให้ความฝันเขาจางลงเลย

            ในช่วงเวลาที่หดหู่นั้นสิ่งที่หม่าอวิ๋นพูดกับพนักงานทุกคน คือ สิ่งที่เราสนใจสิ่งแรกคือลูกค้าของเรา สิ่งที่สองคือพนักงาน สิ่งที่สามถึงจะเป็นนักลงทุน ถ้าลูกค้าของเราทำเงินได้และได้ประโยชน์ในสิ่งที่เราทำ เราก็จะมีรายได้ในที่สุด เราจะอดทนจนกว่าเวลานั้นจะมาถึง หม่าอวิ๋นบอกว่าเหตุผลหนึ่งที่ทำให้เขาสำเร็จบนเส้นทางนี้ เพราะเขาใช้คอมพิวเตอร์ไม่เป็น แทนที่จะจดจ่อกับเทคโนโลยี เขากลับใช้เวลาในการค้นหาสิ่งที่หาลูกค้าต้องการ เขาเป็นผู้สร้างแรงบันดาลใจที่ยอดเยี่ยมให้กับพนักงานให้ผ่านช่วงเวลาที่ยากลำบากไปได้ จากพนักงาน 17 คนแรก จนถึงปัจจุบัน Alibaba มีพนักงานกว่า 40,000 คน ก้าวขึ้นเป็นบริษัท e-commerce ที่ใหญ่ที่สุดในโลก มาถึงวันนี้เขาก็ทำให้ความฝันครั้งนั้นเป็นจริงขึ้นมาแล้ว

            แน่นอนว่าระยะเวลา 16 ปีจนถึงวันนี้บริษัทผ่านอะไรมากมาย ผมเคยอยู่ในประเทศจีนและเคยเห็นบริษัทนี้มาตั้งแต่ปี 2004 บริษัทที่ล้มลุกคลุกคลาน และยังต้องต่อสู้ดิ้นรนจากการแข่งขันกับธุรกิจที่ใหญ่กว่ามากอย่าง eBay ในเวลานั้น ในช่วงแรก eBay มีส่วนแบ่งตลาด C2C ในจีน 95% และทุ่มเงินมหาศาลเพื่อยึดประเทศจีนให้ได้ CEO eBay เคยพูดว่านี่คือยุทธศาสตร์ที่เราต้องชนะให้ได้ ถ้าอยากให้ eBay เป็นอันดับหนึ่งของโลก ผมขอยกยอดเรื่องราวการต่อสู้ทางธุรกิจของคุณครูหัวใจเหล็กจากเมืองหาวโจวที่สามารถเอาชนะผู้บริหาร Harvard จากบริษัท e-commerce ที่ใหญ่ที่สุดในโลกในเวลานั้นอย่าง eBay มาได้อย่างไร ในครั้งต่อไปครับ

 

[Trackback URL for this entry]

Your comment:

(not displayed)
Code:
 
 
 

Live Comment Preview:

 
« September »
SunMonTueWedThuFriSat
  12345
6789101112
13141516171819
20212223242526
27282930