Thursday, 16 February 2017

TFEX Station ตอนที่ 11
Put Options กับเคล็ดลับการลงทุนของ Warren Buffett

« TFEX Station ตอนที่ 10
เหตุผลที่ทำให้การลงทุนระยะยาวด้วย SET50 Index Futures น่าสนใจ
| Main

 

ผมเชื่อว่าผู้ลงทุนส่วนใหญ่ในบ้านเราที่ซื้อขาย Options มีวัตถุประสงค์เพื่อต้องการทำกำไรจากการเปลี่ยนแปลงของราคา Speculation) เนื่องจาก Options เป็นเครื่องมือที่มีอัตราเพิ่มของเงิน Gearing) เพราะใช้เงินจำนวนน้อยกว่าในการลงทุนเมื่อเทียบกับการลงทุนในสินค้าอ้างอิงโดยตรง จึงทำให้ผู้ลงทุนใน Options มีโอกาสทำกำไรได้มากกว่า

อย่างไรก็ตามการซื้อขาย Options ไม่ได้มีประโยชน์เพื่อการทำกำไรจากการเปลี่ยนแปลงของราคาสินค้าอ้างอิงเท่านั้น แต่ผู้ลงทุนยังสามารถซื้อขาย Options เพื่อช่วยเสริมการลงทุนในระยะยาวให้ดีขึ้นได้อีกด้วย ซึ่งในบทความนี้จะมาแนะนำเกี่ยวกับกลยุทธ์การขาย Put Options เพื่อวัตถุประสงค์ในการลดต้นทุนและเพิ่มผลตอบแทน Yield Enhancement) สำหรับผู้ที่ลงทุนในหุ้นหรือดัชนีในระยะยาว

ต้องขอออกตัวก่อนครับว่าเนื้อหาในบทความนี้ที่จริงแล้วไม่ใช่เรื่องใหม่หรือเรื่องที่เป็นความลับในการลงทุนที่รู้กันในเฉพาะกลุ่มแต่อย่างใด โดยมีนักลงทุนจำนวนมากที่มีความเข้าใจในสินค้าประเภท Options ใช้ประโยชน์จากการขาย Put Options เพื่อทำให้การลงทุนระยะยาวได้ผลตอบแทนมาขึ้นกันมาตั้งนานแล้ว รวมทั้ง Warren Buffett ที่เป็นนักลงทุนเน้นคุณค่าที่มีชื่อเสียงและประสบความสำเร็จเป็นอย่างมาก ก็ยังเคยใช้กลยุทธ์ขาย Put Options ด้วยเช่นเดียวกัน โดยจะมีตัวอย่างแสดงให้เห็นในบทความนี้ด้วย

ก่อนที่จะทำความเข้าใจเคล็ดลับการลงทุนของ Warren Buffet ด้วยการใช้อนุพันธ์ประเภท Put Options ลำดับแรกผมจะแนะนำให้ทำความรู้จักกับ Put Options ก่อนว่ามันคืออะไร และผู้ที่ขาย Options จะได้รับผลกำไรขาดทุนอย่างไร จากกนั้นผมจะให้มุมมองของการขาย Put Options เพื่อลดต้นทุนและเพิ่มผลกำไรในการลงทุนระยะยาวพร้อมตัวอย่าง เราลองมาดูรายละเอียดแต่ละหัวข้อกันครับว่ามีอะไรบ้าง

รู้จัก Put Options กันก่อน

ขั้นตอนแรกผมอยากแนะนำให้ผู้อ่านเข้าใจเกี่ยวกับ Put Options ก่อนครับว่ามันคืออะไร เพื่อจะได้เข้าใจเนื้อหาที่จะอธิบายในขั้นตอนถัดไปได้ดียิ่งขึ้น โดย Put Options จะเป็นสัญญาประเภทหนึ่งที่ให้สิทธิในการขายสินค้าอ้างอิง ณ. ราคาที่กำหนด โดยผู้ที่ซื้อสิทธิไปจะต้องจ่ายค่าสัญญานี้ในวันทำสัญญา ส่วนจะมาใช้สิทธิหรือไม่ขึ้นกับว่าใช้สิทธิแล้วได้กำไรก็จะใช้ หากใช้สิทธิแล้วขาดทุนก็จะไม่ใช้ ซึ่งสัญญานี้สามารถซื้อขายเปลี่ยนมือได้ สำหรับผู้ขายสิทธิจะได้รับเงินค่าสัญญามาก่อน แต่ต้องรับผิดชอบหากผู้ซื้อใช้เลือกที่จะมาใช้สิทธิในวันที่กำหนด

ยกตัวอย่างเช่น ผู้ลงทุนที่ซื้อ Put Options ที่อ้างอิงกับดัชนี SET50 ที่ระบุราคาใช้สิทธิที่ 950 จุด จะต้องจ่ายเงินค่า Put Options ให้แก่ผู้ขายเป็นเงินจำนวนหนึ่ง และไม่ว่าดัชนี SET50 จะเป็นเท่าไรผู้ที่ซื้อ Put Options ก็จะสามารถขายดัชนี SET50 ได้ที่ราคา 950 จุด โดยมีความเป็นไปได้ของเหตุการณ์ในวันครบกำหนดก็คือ

1.       ดัชนี SET50 ปิดสูงกว่า 950 เช่นอยู่ที่ 970 ผู้ซื้อ Put Options ก็จะไม่มาใช้สิทธิขาย เนื่องจากสามารถขายดัชนีในตลาดแล้วได้ราคาสูงกว่าสัญญาที่ทำไว้

2.       ดัชนี SET50 ปิดเท่ากับ 950 หรือไม่เปลี่ยนแปลง ผู้ซื้อ Put Options จะมาใช้สิทธิหรือไม่ก็ไม่แตกต่าง เนื่องจากขายดัชนีได้เท่ากับสัญญาที่ทำไว้

3.       ดัชนี SET50 ปิดต่ำกว่า 950 เช่นอยู่ที่ 930 ผู้ซื้อ Put Options จะมาใช้สิทธิในสัญญาที่ได้ทำไว้ เนื่องจากสามารถขายดัชนีได้แพงกว่าราคาตลาด โดยมีส่วนต่างกำไร 20 จุด

ดังนั้นการซื้อ Put Options เปรียบเสมือนกับการซื้อประกันภัยเกี่ยวกับราคาสินค้าอ้างอิง โดยถ้าราคาสินค้าอ้างอิงปรับตัวลดลงต่ำกว่าราคาใช้สิทธิที่ระบุไว้ในสัญญา ผู้ที่ซื้อ Put Options ไปก็จะสามารถใช้สิทธิเพื่อเคลมค่าเสียหายที่เกิดขึ้น จากผู้ที่ขาย Put Option ได้นั่นเอง

ผู้ขาย Put Options จะเกิดอะไรขึ้นบ้าง

จะเห็นได้ว่า Put Options นั้นเปรียบเหมือนกับกรมธรรม์ประกันราคาสินค้าอ้างอิงในทิศทางขาลง ในกรณีที่ราคาสินค้าอ้างอิงปรับตัวลดลงต่ำกว่าราคาใช้สิทธิที่ระบุไว้ใน Put Options ผู้ที่ซื้อ Put Options จะมาสามารถใช้สิทธิเรียกร้องค่าเสียหายจากการที่ราคาปรับตัวลดลงจากผู้ขาย Put Options ได้ แต่ผู้ที่ซื้อ Put Options ไปจะต้องจ่ายค่า Options หรือเบี้ยประกันภัยให้ผู้ขาย Options เป็นเงินจำนวนหนึ่ง

ผู้ขาย Put Options จึงทำตัวเหมือนบริษัทประกันภัย รับประกันความเสียหายกรณีที่ราคาสินค้าอ้างอิงปรับตัวลดลง ซึ่งการขาย Put Options นั้นถูกจัดอยู่ในกิจกรรมที่มีความเสี่ยงสูง เนื่องจากผู้ที่ขาย Put Options จะได้รับเงินเพียงจำนวนหนึ่ง หากผู้ซื้อ Put Options ไม่มาใช้สิทธิก็จะได้ผลตอบแทนสูงที่สุดเท่ากับเบี้ยประกันที่ได้รับมาเท่านั้น แต่ในกรณีที่ราคาสินค้าอ้างอิงปรับตัวลดลงมากกว่าราคาใช้สิทธิ ผู้ขาย Put Options จะต้องชดเชยค่าเสียให้ให้แก่ผู้ซื้อ Put options ตามส่วนต่างระหว่างราคาตลาดกับราคาใช้สิทธิ ซึ่งมีโอกาสที่ขาดทุนเป็นเงินจำนวนมากหากราคาสินค้าอ้างอิงปรับตัวลดลงเยอะ

จากกรณีตัวอย่างข้างต้นผู้ขาย Put Options ที่ระดับราคาใช้สิทธิที่ 950 จุด หากราคาตลาดของดัชนี SET50 สูงกว่า 950 จุดไม่ว่าดัชนีจะสูงมากเท่าไรก็ตามก็จะไม่ถูกเคลมค่าเสียหายและได้ผลตอบแทนเป็นเบี้ยประกัน แต่กรณีที่ดัชนี SET50 ต่ำกว่า 950 เมื่อไหร่ก็จะต้องจ่ายค่าเสียหายหรือค่าชดเชยให้กับผู้ซื้อ Put Options เช่น ถ้าดัชนี SET50 อยู่ที่ระดับ 930 จุด ก็จะต้องจ่ายค่าชดเชยให้ผู้ซื้อ Put Options จำนวน 20 จุด ยิ่งดัชนี SET50 ยิ่งต่ำกว่า 950 จุดไปมากเท่าไร ผู้ขาย Put Options ก็จะต้องจ่ายค่าเสียหายให้กับผู้ซื้อ Put Options มากขึ้นเรื่อย ๆ

จากการที่ผู้ขาย Put Options ได้รับผลตอบแทนที่จำกัดเท่ากับค่าเบี้ยประกันที่ขายได้ แต่มีโอกาสขาดทุนเป็นเงินจำนวนมากหากราคาสินค้าอ้างอิงมีการปรับตัวลดลงไปเยอะ ทำให้มีข้อแนะนำสำหรับผู้ที่สนใจซื้อขาย Options ว่า ผู้ลงทุนทั่วไปควรหลีกเลี่ยงเป็นผู้ขาย Options เนื่องจากมีความเสี่ยงสูง ซึ่งคำแนะนำนี้ผมคิดว่าเป็นความจริงเพียงครึ่งเดียวครับ เราลองมาดูวิธีการขาย Options แบบไม่มีความเสี่ยงจากตัวอย่างของ Warren Buffet กันครับว่าจะมีแนวความคิดหรือมีแนวทางอย่างไร  

ขาย Put Options สไตล์ Warren Buffett

การขาย Options ไม่ว่าจะเป็น Put Options หรือ Call options ก็ตาม จะไม่เป็นการกระทำที่มีความเสี่ยงสูงอีกต่อไป แถมยังเป็นวิธีที่จะช่วยลดต้นทุนและเพิ่มผลตอบแทนสำหรับผู้ที่เข้าใช้การใช้ประโยชน์จาก Options อย่างแท้จริงได้อีกด้วย แต่จะคนที่ทำได้จะต้องมีมุมมองที่สำคัญ คือ ต้องมีการลงทุนหรืออยากลงทุนระยะยาวในสินค้าอ้างอิงของ Put Options ที่จะขาย ดังนั้นข้อแนะนำอย่างแรกเกี่ยวกับการขาย Put Options คือ สินค้าอ้างอิงต้องเหมาะสมกับการลงทุนระยะยาว ซึ่งอาจจะเป็นหุ้นที่ดี หรือการลงทุนในดัชนีผ่านกองทุนรวมหรือ ETF) ก็ได้

Warrant Buffett นั้นเป็นผู้ที่เน้นลงทุนในหุ้นที่มีพื้นฐานดีและเหมาะสมในการลงทุนระยะยาว โดยที่ผ่านมา Buffett ไม่ได้ลงทุนในหุ้นเพียงอย่างเดียว แต่ยังขาย Put Options ในจังหวะที่เหมาะสมเพื่อลดต้นทุนในการซื้อหุ้นของตนเองอีกด้วย ตัวอย่างเช่น Buffett ได้ขาย Put Options ที่อ้างอิงกับหุ้น Coca-Cola 1 ในช่วงเดือนเมษายน ปี 1993 ซึ่งเป็นสัญญา options ที่ครบกำหนดอายุในเดือนธันวาคม 1993 ที่ให้สิทธิผู้ซื้อสามารถขายหุ้น Coca-Cola ที่ 35 เหรียญ โดยสิทธิที่ขายนี้ผู้ซื้อต้องจายในราคา 1.5 เหรียญต่อหุ้น ซึ่ง Buffet ขายไปจำนวน 50,000 สัญญา 5 ล้านหุ้น) ได้รับเงินเข้ากระเป๋าไปก่อน 7.5 ล้านเหรียญ

จะเห็นได้ว่าจากการตัดสินใจขาย Put Options ของ Buffet ในครั้งนี้ ถ้าในเดือนธันวาคมราคาหุ้น Coca-Cola มีราคาสูงกว่า 35 เหรียญ ผู้ซื้อ Put Options ไปก็จะไม่มาใช้สิทธิ Buffett ก็จะได้รับเงินจากการขาย Put Options จำนวน 7.5 ล้านเหรียญ แต่ถ้าราคาปรับตัวลดลงต่ำกว่า 35 เหรียญ ต้นทุนการซื้อหุ้น Coca-Cola ของเขาจะเท่ากับ 35-1.5 = 33.5 เหรียญ ซึ่งเป็นราคาที่ Buffet พอใจ ดังนั้นในการขาย Put Options ในครั้งนี้จึงถือว่าเป็นกลยุทธ์ที่สามารถใช้ลดต้นทุนในการซื้อหุ้นได้ และถ้าไม่ได้ซื้อหุ้นในราคาที่ตั้งใจไว้เนื่องจากราคาปรับตัวสูงขึ้น ก็ยังได้รับผลตอบแทนจาการขาย Put Options เป็นการปลอบใจ

นอกจาก Buffett จะขาย Put Options อ้างอิงกับราคาหุ้น Coca-Cola ก็ยังขาย Put Options อ้างอิงกับหุ้นอื่น ๆ อีกรวมถึง Put Options ที่อ้างอิงกับดัชนีสำคัญ ๆ อย่าง S&P500 , FTSE100 ,EURO Stoxx 50 และ Nikkei 225 อีกด้วย อ้างอิงถึงจดหมายถึงผู้ถือหุ้น Berkshire ปี 2008 Buffett 2 ได้ขาย Put Options อ้างอิงกับดัชนีสำคัญที่มีอายุนานถึง 15-20 ปี ได้รับเงินค่าตอบแทนสูงถึง 4,900 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

กลยุทธ์ ขายPut Options ใน TFEX

ถึงแม้ว่าปัจจุบัน Options ที่มีการซื้อขายใน TFEX อ้างอิงสินค้าเพียงชนิดเดียว คือ ดัชนี SET50 แต่ผู้ลงทุนสามารถใช้กลยุทธ์ขาย Put Options ด้วยการขาย SET50 Index Put Options ใน TFEX ได้โดยใช้แนวคิดเช่นเดียวกับตัวอย่างที่ยกขึ้นมาข้างต้นได้ เนื่องจากดัชนี SET50 เป็นทรัพย์สินประเภทหนึ่งที่น่าสนใจลงทุนในระยะยาว และมีเครื่องมือหลากหลายให้เลือกลงทุน เช่น ETF หรือ SET50 Index Futures เป็นต้น (แนวความคิดในการลงทุนบนดัชนี SET50 ด้วย SET50 Index Futures สามารถอ่านได้จากบทความ เหตุผลที่ทำให้การลงทุนระยะยาวด้วย SET50 Index Futures น่าสนใจ)

SET50 Index Options ใน TFEX กำหนดราคาใช้สิทธิ หรือ Strike Price ไว้ขั้นละ 25 จุด เช่น …. -  900, 925 , 950, 975, 1000 เป็นต้น โดย Put Options ในแต่ละระดับก็จะมีราคาแตกต่างกันออกไปขึ้นอยู่กับระดับดัชนี SET50 ในขณะนั้น  ซึ่งผู้ลงทุนสามารถใช้การขาย Put Options ในระดับราคาใช้สิทธิใกล้เคียงกับจุดที่สนใจเข้าซื้อดัชนี SET50 ตามที่ต้องการ ก็จะเป็นกลยุทธ์ที่ช่วยเพิ่มผลตอบแทนระหว่างการลงทุนระยะยาวในดัชนี SET50 ได้

สรุป

การขาย Put Options ในมุมมองของผู้ลงทุนส่วนใหญ่อาจจะคิดว่าเป็นกลยุทธ์ที่มีความเสี่ยงสูงไม่คุ้มค่ากับผลตอบแทนที่ได้รับ แต่การขาย Put Options จะเป็นกลยุทธ์หนึ่งที่น่าสนใจในการลดต้นทุนในการลงทุนและเพิ่มโอกาสได้รับผลตอบแทนที่เพิ่มมากขึ้น Yields Enhancement) หากผู้ลงทุนมีมุมมองหรือความต้องการในการลงทุนในสินค้าที่ Put Options นั้นอ้างอิงอยู่ ซึ่งปัจจุบันผู้ลงทุนที่มีมุมมองในการลงทุนระยะยาวให้ได้ผลตอบแทนใกล้เคียงกับดัชนี SET50 นั้นสามารถขาย SET50 Index Put Options ใน TFEX เพื่อวัตถุประสงค์ Yield Enhancement ได้

 

ที่มา :

1 :  http://www.gurufocus.com/news/256254/naked-short-put-options--warren-buffetts-little-secret

2 : http://www.gurufocus.com/news/256254/naked-short-put-options--warren-buffetts-little-secret 

 

 

 

[Trackback URL for this entry]

Your comment:

(not displayed)
Code:
 
 
 

Live Comment Preview:

 
« February »
SunMonTueWedThuFriSat
   1234
567891011
12131415161718
19202122232425
262728