Tuesday, 14 March 2017

Too good to be true

« สัญญาณแห่งความรุ่งเรือง | Main | ปรุงกำไร »

คนที่อยู่ในตลาดหุ้นมานานและติดตามศึกษาหุ้นตลอดเวลารวมทั้งพยายามจดจำกรณีศึกษาหุ้นที่น่าสนใจและมีเรื่องราวที่น่าตื่นเต้นมาก ๆ  ก็มักจะพบหุ้นกลุ่มหนึ่งที่  เคย เป็นหุ้นที่โดดเด่นสุดยอดในแง่ของการที่หุ้นมีราคาปรับตัวขึ้นไปสูงสุดยอดในเวลาอันสั้น  บางทีกว่า 10 เท่าในเวลาเพียง 2-3 ปี  และนี่ไม่ใช่หุ้น “Turnaround” ที่หุ้นฟื้นตัวจากวิกฤติที่บริษัทเกือบเอาตัวไม่รอดและมูลค่าหุ้นเหลือเพียงน้อยนิดราคาหุ้นเป็นเศษสตางค์   แต่เป็นหุ้นธรรมดา ๆ ขนาดย่อม ๆ   ที่อยู่ ๆ  ก็มีราคาวิ่งขึ้นมหาศาลจนบางทีมีมูลค่าเป็นหมื่นเป็นแสนล้านบาทกลายเป็นหุ้นขนาดกลางหรือใหญ่ของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยกลายเป็น  หุ้นนางฟ้า   ปรากฏการณ์แบบนี้บ่อยครั้งเกิดขึ้นเนื่องจากผลประกอบการที่โตขึ้นอย่าง ก้าวกระโดด  เช่นโตขึ้นกว่า 30-50% เมื่อเทียบกับปีก่อนไตรมาศต่อไตรมาศและดำเนินต่อกันมาหลายไตรมาศ  บางบริษัทเป็นเพราะมีการเปิดดำเนินการของธุรกิจใหม่ที่  มีอนาคตที่สดใสและเป็น เมกาเทรนด์ ที่อาจจะดำเนินต่อไปอีกนาน  แต่บางบริษัทก็เป็นเพราะมีการขยายธุรกิจไปสู่ตลาดใหม่ ๆ ที่ มีขนาดใหญ่แบบไม่จำกัด ซึ่งทั้งสองกรณีทำให้บริษัทถูกมองว่าจะกลายเป็นบริษัทที่โตได้ ในระดับโลก

ลำพังแค่กำไรของบริษัทโตมากจากฐานที่ต่ำในเวลาสั้น ๆ เพียง 4-5 ไตรมาศคงไม่ทำให้ราคาหุ้นวิ่งขึ้นไปได้มากเป็นเท่า ๆ และมีค่า PE เป็น 50-100 เท่าได้    Story หรือเรื่องราวว่าบริษัททำธุรกิจที่มีอนาคตสดใสเป็นเมกาเทรนด์หรือบริษัทขยายกิจการไปสู่ตลาดใหญ่ระดับโลกก็ไม่ใช่ประเด็นที่น่าสนใจอะไรนักเนื่องจากมีบริษัทจำนวนไม่น้อยก็ทำแบบนั้น   ว่าที่จริงหลาย ๆ  บริษัทก็ทำแบบเดียวกันมาแล้วแต่อาจจะไม่ประสบความสำเร็จ  หรือหลาย ๆ  บริษัทอาจจะประสบความสำเร็จแต่ความสำเร็จนั้นก็อาจจะไม่โดดเด่นพอที่จะทำให้บริษัทโดยรวมที่มีขนาดใหญ่มีกำไรโตมากพอที่จะสร้างความตื่นเต้นให้กับนักลงทุน   แต่สิ่งที่ทำให้หุ้นเหล่านั้นกลายเป็น  หุ้นนางฟ้า  ได้นั้นผมคิดว่าเป็นเพราะขนาดของ Free Float หรือจำนวนหุ้นที่หมุนเวียนในตลาดมีน้อยมากเมื่อเทียบกับคนที่เข้าไปซื้อหุ้นลงทุน  ซึ่งนั่นทำให้หุ้นมักจะถูก  “Corner” หรือถูกซื้อเกือบหมดโดยนักลงทุนรายใหญ่เพียงไม่กี่รายที่เข้าไปซื้อหุ้นโดยเฉพาะในช่วงแรก ๆ  ผลก็คือ  ราคาหุ้นก็จะวิ่งขึ้นไปสูงลิ่วโดยอาจจะไม่ได้อิงกับพื้นฐานที่แท้จริงของกิจการ  และนั่นนำมาซึ่ง ….สิ่งดี ๆ ทั้งหลายเกี่ยวกับหุ้น  เพราะราคาหุ้นที่วิ่งขึ้นเรื่อย ๆ  นั้น  มันมักจะเป็นสิ่งที่  ยืนยันว่าบริษัทดี  ยิ่งราคาหุ้นขึ้นไปมากเท่าไร  บริษัทก็ยิ่งดูดีขึ้นเท่านั้น  จนถึงวันหนึ่งมันก็ถึงจุดที่ดูเหมือนว่าจะเป็นไปไม่ได้อย่างที่พูดในภาษาอังกฤษว่า  “Too good to be true”

หุ้นที่ “Too good to be true” นั้นโดยทั่วไปมักจะมีตัวเลขทั้งในเรื่องของการประกอบการและผลประกอบการที่โดดเด่นกว่าตัวเลขเฉลี่ยของอุตสาหกรรมอย่าง เทียบกันไม่ได้”  เรื่องราวที่ฟังจากผู้บริหารก็มักจะออกมาในแนวที่ว่า   บริษัทมีระบบการทำงานและพนักงานที่มีข้อมูลความรู้และทักษะที่เหนือกว่าบริษัทอื่นที่อยู่ในธุรกิจเดียวกันหรือใกล้เคียงกันทั้ง ๆ  ที่บริษัทไม่ได้มีการวิเคราะห์วิจัยระบบการทำงานหรือมีการอบรมพนักงานเป็นพิเศษ  สิ่งที่บริษัททำก็ไม่ใช่สิ่งที่บริษัทอื่นจะทำไม่ได้  อย่างไรก็ตาม  เวลาผู้บริหารพูด  นักวิเคราะห์และนักลงทุนก็มักจะไม่ตั้งคำถาม  นี่ก็อาจจะเป็นเรื่องของจิตวิทยาที่ว่าถ้าคุณประสบความสำเร็จดูจากราคาหุ้นที่ขึ้นไปสูงและเร็วขนาดนั้น  คุณจะพูดอะไรคนก็จะเชื่อและดูดีไปหมด  แต่ถ้าหุ้นตก นักลงทุนขาดทุน นักวิเคราะห์ผิดหวัง  ต่อให้คุณอธิบายอย่างไรก็ไม่มีใครคิดหรือเชื่อว่าระบบหรือคนของคุณดี  ตัวอย่างที่เห็นก็เช่นในเรื่องของธุรกิจปล่อยเงินกู้รายย่อยที่มีหลายบริษัทมีการดำเนินงานและตัวเลขสำคัญ เช่น อัตราหนี้เสียที่ดี เหลือเชื่อ แต่นักลงทุนและนักวิคราะห์ก็เชื่อ  เป็นต้น

ตัวเลขเกี่ยวกับมูลค่าหุ้นก็เป็นตัวเลขที่ดูเหมือนว่ามันจะดีจน เหลือเชื่อ ได้เช่นกัน  หุ้นนางฟ้า  นั้นมักจะมีมูลค่าหุ้นที่สูงมากเมื่อเทียบกับบริษัทอื่นในอุตสาหกรรมที่ทำธุรกิจใกล้เคียงกัน  หุ้นนางฟ้าบางบริษัทนั้น รายได้ทั้งบริษัทเป็นแค่ครึ่งเดียวของ กำไรของบริษัทอื่น  แต่มูลค่าหุ้นเป็นสองเท่าของบริษัทนั้นก็มี  โดยเหตุผลที่ใช้ในการ สร้างความชอบธรรมของราคาหุ้นก็คือ  มันโตเร็วกว่ามาก”  และการมีค่า PE 50-100 เท่าในขณะที่คู่แข่งที่ใหญ่กว่ามากในแง่ธุรกิจนั้นหุ้นมีค่า PE เพียง 10-15 เท่า ก็เป็นเรื่องปกติ  เหนือสิ่งอื่นใด  เขาใช้ค่า PEG ในการประเมินมูลค่าหุ้น  นั่นก็คือ  ถ้ากำไรบริษัทโตได้ 50-100% ใน 1 ปี  ค่า PE ก็เป็น 50-100 เท่าได้  นี่เป็นเหตุผลที่นักวิเคราะห์ใช้เพื่อบอกว่าราคาหุ้นนางฟ้าเหล่านั้น  ไม่แพง  และควร  ซื้อ”  มีนักวิเคราะห์น้อยมากที่กล้าหาญแนะนำให้ขายหุ้นที่กำลังวิ่งขึ้นแรงแบบหุ้นนางฟ้าไม่ว่าราคาหุ้นจะเป็นเท่าไร

ที่กล่าวมาข้างต้นนั้นก็คือเรื่องราวของหุ้นที่เปลี่ยนจาก หุ้นธรรมดามาเป็น นางฟ้าในช่วง  ข้ามคืน หรือไม่กี่ไตรมาศหรือแค่ 2-3 ปี  หุ้นหลายตัวสามารถรักษาสถานะนั้นไว้ได้  บางตัวก็เป็นปี ๆ  ตราบที่ตัวเลขดี ๆ  เช่น กำไรที่โตขึ้นยังออกมาเรื่อย ๆ  และ  Story ดี ๆ  และความเชื่อมั่นของนักลงทุนยังดำรงอยู่  ซึ่งทั้งหมดนั้นยังต้องขึ้นอยู่กับเงื่อนไขที่ว่า  ราคาหุ้นจะต้องคงอยู่ในระดับสูง  เพราะถ้าความมั่นใจหมดไป  อาจจะเพราะว่าคนเริ่มสงสัยในความดีหรือสิ่งดี ๆ  ของบริษัทและ/หรือราคาหุ้นเริ่มตกลงอย่างรวดเร็ว   สถานะ  นางฟ้า ของหุ้นก็จะถล่มทะลาย  หลังจากนั้น  ราคาหุ้นก็จะตกลงมาอย่างหนัก  บางทีเกินครึ่ง  บางตัวเหลือไม่ถึง 10% ของราคาเดิม  เรื่องดี ๆ  ต่าง ๆ  ที่นักวิเคราะห์และนักลงทุนชื่นชมสรรเสริญก็จะหายไป  นั่นก็คือนาทีที่  นางฟ้าตกสวรรค์”  คนที่เสียหายหนักก็คือ  นักลงทุนรายย่อยที่เข้าไปเล่น  ส่วนรายใหญ่หรือเจ้าของหุ้นเองนั้น  บางคนก็ กลับไปที่เดิม”  แต่ส่วนมากก็จะรวยจากการขายหุ้นไปบางส่วนในราคาที่สูงเหลือเชื่อ  ซึ่งแม้ว่าราคาจะตกลงมาครึ่งหนึ่งจากราคาสูงสุด  เขาก็ยังได้กำไรเป็นกอบเป็นกำ

จากประสบการณ์ของผม  หุ้นนางฟ้าส่วนใหญ่นั้นมักไม่สามารถดำรงอยู่ได้ในระยะยาว  เหตุผลก็เพราะว่า สิ่งดี ๆ  ของหุ้นเหล่านั้นส่วนใหญ่แล้วเกิดขึ้น  ชั่วคราว  ในบางสถานการณ์ที่เอื้ออำนวย  บางบริษัทเองนั้น  ผู้บริหารก็เป็น  คนสร้าง  สิ่งดี ๆ  เหล่านั้นขึ้นเองด้วยวิธีการที่แยบยลและไม่โปร่งใส  โดยส่วนใหญ่แล้ว  ในช่วงแรก ๆ  ไม่มีใครสนใจขุดคุ้ยหรือหาเหตุผลที่แท้จริง  ทุกคนที่เกี่ยวข้องแม้แต่นักนักวิเคราะห์นั้นต่างก็มีผลประโยชน์เวลาหุ้นขึ้นไปเร็วและแรง  ทุกคนอยากเห็นหุ้นขึ้น  แต่ถ้ามันไม่ดีจริงในระยะยาว  วันหนึ่งหุ้นก็จะต้องตกลงมาที่พื้นฐานของมัน  หน้าที่ของ VI ที่ดีก็คือ  อย่าเข้าไปร่วมเล่นกับมัน  ผมเองเชื่อในสุภาษิตฝรั่งที่ว่า  “If it is too good to be true, it probably is.” แปลว่า  ถ้าอะไรมันดูดีเกินกว่าที่จะเป็นจริง  มันก็คงจะไม่จริง  และถ้ามันไม่จริง  วันหนึ่งหุ้นก็จะต้องตกลงมาในจุดที่มันเป็นจริง  เราไม่รู้ว่าวันนั้นคือวันไหน  มันอาจจะเกิดขึ้นเร็วจนเรา ขายหุ้นไม่ทัน

 

[Trackback URL for this entry]

Comment: TA turns VI at Mon, 20 Mar 2:17 PM

ผู้บริหารตลาดหลักทรัพย์ควรจะมีมาตรการที่ดีกว่าแค่การกำกับการซื้อขาย (cash balance) กับหุ้นนางฟ้าจำแลงเหล่านี้ เพื่อช่วยรายย่อยมิให้ตกเป็นเหยื่อซ้ำแล้วซ้ำเล่า รวมถึงการสอบสวนกลุ่มผู้เกี่ยวข้องตั้งแต่เจ้าของไปจนถึงนักวิเคราะห์ที่ชี้นำเนื่องจากมีผลประโยชน์แอบแฝงเช่นในปัจจุบัน

Comment: kid at Sat, 1 Apr 10:08 PM

บางครั้งก็มองไม่ออกจริง ๆ นะครับ เพราะทุกอย่างมันสวยไปหมด

Your comment:

(not displayed)
Code:
 
 
 

Live Comment Preview:

 
« March »
SunMonTueWedThuFriSat
   1234
567891011
12131415161718
19202122232425
262728293031