Wednesday, 9 December 2009

สูตรเศรษฐี

« ปราสาททราย | Main | กองทุนรวมหุ้น »
Bookmark and Share

ความมั่งคั่ง  ความร่ำรวย  หรือการเป็นเศรษฐีสำหรับคนที่ไม่ได้มีพ่อแม่ร่ำรวยมาก่อนนั้น  สำหรับคนจำนวนมากดูเป็นเรื่องที่ทำได้ยากมาก  บางคนอ่านหนังสือเกี่ยวกับการออมก็มักได้รับคำแนะนำที่ทำได้ยาก  เช่น  บอกว่าให้กันเงินจากเงินเดือนหรือรายได้ 10-20% เก็บไว้ก่อน  ไม่ใช่ใช้ก่อนเหลือแล้วค่อยเก็บ   ปัญหาก็คือ  รายได้นั้นไม่ค่อยพอใช้อยู่แล้วแม้ว่าจะไม่ได้ใช้อย่างฟุ่มเฟือย  เพราะค่าใช้จ่ายจำนวนมากเป็นค่าใช้จ่ายที่ลดไม่ค่อยได้  เช่น  ค่าผ่อนบ้าน  ค่าผ่อนรถ  ค่าอาหาร  เป็นต้น  ซึ่งผมเองเห็นด้วย  วิธีการที่จะทำให้เรามั่งคั่งนั้นถ้าจะให้ปฏิบัติได้จริงต้องไม่ทำให้เรารู้สึกลำบากหรือรู้สึกว่าความสุขหายไปมากและเป็นเวลานาน  เหนือสิ่งอื่นใด  ความอยากรวยนั้นก็เพื่อที่จะทำให้มีความสุข  ดังนั้น  การเสียสละความสุขเพราะต้องลดค่าใช้จ่ายเป็นเวลานานนั้นจึงไม่มีเหตุผล 

 

            ต่อไปนี้เป็นแนวทางหรือจะเรียกให้เท่ก็คือเป็นสูตรที่จะช่วยให้เรามีความมั่งคั่ง  ร่ำรวย  หรือแม้แต่เป็นเศรษฐีโดยเราไม่จำเป็นต้องรู้สึก  อดอยาก  และเป็นสูตรที่เหมาะมากโดยเฉพาะกับคนที่เพิ่งเริ่มชีวิตการทำงานหลังจากที่จบการศึกษาใหม่ ๆ   อย่างไรก็ตาม  คนที่มีอายุมากขึ้นแล้วก็สามารถประยุกต์ใช้ได้เท่าที่จะทำได้

 

            ข้อแรกก็คือ  ถ้าคิดว่าเรายังไม่รวย   อย่าซื้อรถ  การซื้อรถยนต์ส่วนตัวใช้นั้น  เท่ากับเรากำลังสร้างรายจ่ายที่ลดได้ยากมาก  และทุกเดือน  เราจะมีรายจ่ายเป็นหมื่นหรือหลายหมื่นเป็นค่าผ่อนรถ  ค่าน้ำมัน  ค่าประกัน ค่าซ่อม  และอื่น ๆ   บางทีรายจ่ายนั้นอาจจะไม่เป็นตัวเงินจริงเนื่องจากเราซื้อรถด้วยเงินสด  เราไม่เสียค่าผ่อนรถ  แต่จริง ๆ  แล้วเราก็มี  ค่าเสื่อม  ซึ่งก็เป็นค่าใช้จ่ายที่สูงไม่ต่างกับค่าผ่อนรถนัก  หลายคนอาจจะเถียงว่าเขาสามารถประหยัดค่ารถเมล์  ค่ารถไฟฟ้า หรือค่าแท๊กซี่ ลง  แต่ถ้าคิดคำนวณค่าใช้จ่ายทุกด้านของการมีรถยนต์ส่วนตัวแล้ว  ผมคิดว่าการใช้รถสาธารณะนั้นประหยัดกว่ามากและจะทำให้เรามีเงินเหลือเก็บและลงทุนได้มากกว่า

 

            ข้อสอง  อย่าซื้อบ้านถ้าไม่จำเป็น  และถ้าจำเป็นก็ซื้อบ้านที่เล็กที่สุดที่จะเพียงพออยู่สำหรับตนเองและคู่ครอง  และลูกที่มีอยู่หรือที่วางแผนที่จะมีในอนาคต  ทำเลของบ้านควรอยู่ในที่ที่การเดินทางไปทำงานและ/หรือไปเรียนสะดวกและไม่ต้องต่อรถหลาย ๆ  ต่อซึ่งจะทำให้  ค่าใช้จ่ายในการอยู่อาศัยและเดินทางต่ำที่สุด  คำว่าค่าใช้จ่ายในการอยู่อาศัยนั้น  บางคนอาจจะไม่รู้สึกว่ามีเพราะเขาไม่ต้องเสียค่าเช่า  แต่จริง ๆ แล้วการมีบ้านที่ใหญ่จะทำให้ค่าบ้านสูงซึ่งทำให้ต้องจ่ายค่าผ่อนบ้านแต่ละเดือนมากขึ้นไม่นับรายจ่ายอื่น ๆ  ที่ตามมาจากการมีบ้านที่ใหญ่ขึ้น   นี่เป็นความคิดที่อาจจะแย้งกับอีกหลายคนที่บอกว่าควรซื้อบ้านใหญ่ที่สุดที่สามารถผ่อนได้  เพราะบ้านนั้นเป็นเหมือน  การลงทุน  และการอยู่บ้านใหญ่นั้น มีความสุข  มากกว่า   แต่จากประสบการณ์ส่วนตัวผมเองนั้นพบว่า  บ้านอยู่อาศัยนั้นราคามักจะไม่ค่อยขึ้น  เช่นเดียวกัน  บ้านที่ใหญ่เกินความจำเป็นนั้น  ถ้าจะเพิ่มความสุขได้ก็น่าจะน้อยและไม่คุ้มกับต้นทุนที่เพิ่มขึ้น

 

            ข้อสาม  มีลูกให้น้อย  อย่าเกินสองคนก็ดี   เพราะลูกนั้นเป็นค่าใช้จ่ายที่สูงมากในการเลี้ยงดูและให้การศึกษา   คำสมัยก่อนก็คือ  มีลูกหนึ่งคนจนไปเจ็ดปี   แต่สมัยนี้ผมคิดว่ายาวกว่านั้น   คนในสมัยก่อนมีลูกเพราะคิดว่าเป็น  การลงทุน   นั่นคือ  หลังจากที่ลูกโต  เขาก็กลับมาเลี้ยงเรา  ดังนั้นเขาจึงมีลูกมากแต่ในปัจจุบันความคิดนี้ก็ใกล้หรือกำลังหมดไป  เราไม่หวังให้ลูกมาเลี้ยงเราแล้ว  ดังนั้น  ถ้าอยากรวย  อย่ามีลูกมาก

 

            ข้อสี่  รายจ่ายค่าสมาชิกทั้งหลาย  เช่น  สมาชิกสถานออกกำลังกาย  สมาชิกเคเบิลทีวีราคาแพง  สมาชิกที่สามารถพักตามเครือข่ายโรงแรมตากอากาศหลายแห่ง  เหล่านี้เป็นความบันเทิงหรือการดูแลสุขภาพที่เราสามารถหาซื้อได้ในราคาที่ถูกกว่ามาก  เช่น  แทนที่จะเข้าฟิตเนส  เราสามารถไปสวนสาธารณะที่มีการเต้นแอโรบิคที่สนุกสนานทุกวันโดยที่ไม่ต้องเสียเงิน  เคเบิลทีวีราคาถูกเดี๋ยวนี้บางแห่งมีรายการดีมากเกือบเท่าแบบที่มีราคาแพงแต่เสียค่าใช้จ่ายแค่เดือนละ 200 บาทก็มี   พูดถึงเรื่องการพักผ่อนต่างจังหวัดแล้วก็ทำให้ผมมีข้อแนะนำอีกว่า   อย่าซื้อคอนโดหรือบ้านพักในสถานที่ท่องเที่ยว  เพราะนี่เป็นต้นทุนค่าใช้จ่ายที่สูงมากเทียบกับการที่เราไปเช่าโรงแรมอยู่   คนอาจคิดว่านี่เป็น  การลงทุน  แต่จริง ๆ  แล้วราคาก็มักจะไม่ค่อยขึ้นหรือถึงขึ้นเราก็มักจะไม่ขาย  ในระหว่างนั้นเราก็ต้องผ่อนส่งรายเดือนหรือต้องเสีย ค่าเสื่อม   ไปเรื่อย ๆ  เหนือสิ่งอื่นใด  การพักโรงแรมนั้นเราไม่ต้องดูแลทำความสะอาดและเราจะไปพักสถานที่ไหนก็ได้ซึ่งทำให้เรามีความสุขมากกว่า

 

            ข้อห้า  ถ้าอยากรวย  นอกจากปฏิบัติตามแนวทางข้างต้นแล้ว  จะต้องไม่ใช้จ่ายฟุ่มเฟือยและเก็บออมเงินให้มากที่สุดโดยไม่จำเป็นต้องประหยัดเกินความจำเป็นจนทำให้เรารู้สึกไม่สบาย  สิ่งนี้ทำไม่ยากถ้าเรารู้จักซื้อของแบบเน้น  คุณค่า  นั่นคือ  ใช้เงินน้อยแต่สามารถตอบสนองความต้องการเกิน 90%  ตัวอย่างง่ายที่สุดก็คือ  การซื้อของไม่มียี่ห้อที่มีคุณภาพดีหรือซื้อของมียี่ห้อในช่วงที่มีการลดราคามาก ๆ เป็นต้น

 

            สุดท้าย  ก็คือ  ถ้าคุณต้องการแค่ว่าคุณจะสามารถอยู่อย่างสบายมีเงินพอสมควร  แต่ไม่ต้องการความผันผวนของความมั่งคั่ง  คุณจะต้องบริหารเงินโดยการจัดสรรทรัพย์สินให้อยู่ในหลักทรัพย์หลาย ๆ  อย่างรวมถึงพันธบัตรและหุ้นในตลาดหลักทรัพย์ไม่ว่าจะบริหารเองหรือมอบให้  มืออาชีพซึ่งก็คือบริษัทจัดการการลงทุนทำ  แต่ถ้าคุณอยากรวยหรือเป็นเศรษฐีละก็  คุณควรลงทุนเงินที่เหลือเก็บไว้ในหุ้นเพียงอย่างเดียว   การลงทุนในหุ้นในระยะยาวมาก ๆ  นั้น   ความเสี่ยงจะไม่สูงและผลตอบแทนจะสูงกว่าการลงทุนในตราสารการเงินอื่นมาก   ดังนั้น  ถ้าคุณมีเวลาในการเก็บเงินและลงทุนยาวเป็น 20-30 ปี  ผมแนะนำว่าให้ลงทุนเงินทุกบาททุกสตางค์ในหุ้น  ไม่ว่าจะลงเองหรือใช้มืออาชีพลงให้  นอกจากนั้น  ในการลงทุน   ถ้าได้ผลประโยชน์ทางภาษีด้วย  เช่น  การลงทุนใน LTF หรือ RMF  ก็ควรใช้สิทธินั้นอย่างเต็มที่

 

            และเช่นเคย  สิ่งที่แนะนำมาทั้งหมดนั้น  ไม่รับประกันว่าคุณต้องรวยแน่นอน  แต่ผมคิดว่ามันเพิ่มโอกาสการเป็นเศรษฐีให้คนที่ปฏิบัติขึ้นมาก  เหนือสิ่งอื่นใดก็คือ  ถ้าไม่ได้เป็นเศรษฐีคุณก็คงไม่จนและความสุขเพิ่มขึ้นแน่นอน

               

 

Comment: สมหวัง พูลสมบัติ at Wed, 9 Dec 2:54 PM

เรื่องที่ อ.จ.เขียนนั้น เป็นจริงอย่างยิ่ง
คนไทยเรามักจะรำพึงรำพันเรื่องโชควาสนาเรื่องมรดกตกทอด ซึ่งไม่ต่างจากพืชจำพวกเห็ดราที่ไม่ได้สังเคราะห์แสงเอง
ผมนึกถึงคนจีนสมัยก่อน ที่ขยัน อดทน ทนอด เอาสังขารเข้าแลก อย่าว่าแต่ประหยัดเลย ยิ่งกว่านั้น พวกเขายังทนอด ยอมทรมานความอยากบริโภดของฟุ่มเฟือย อดออม เอาไว้ลงทุน จนกว่าจะมีเงินเหลือเฟือแล้วจึงค่อยใช้จ่ายสิ่งฟุ่มเฟือยต่างๆ
เศรษฐีที่สร้างฐานะเองนั้น เบื้องหลังต้องเป็นคนที่ใช้จ่างอย่างระมัดระวังมากๆจนเกินขีดเสียยิ่งกว่าการประหยัดเสียอีก มิฉะนั้น เขาจะร่ำรวยได้อย่างไรกัน
สังเกตว่า ถ้าเขายังมีทรัพย์สินไม่ถึงระดับที่วางไว้แล้ว พวกเขาจะไม่ยอมจ่ายเงินอย่างฟุ่มเฟือยเด็ดขาด

Comment: ลูกจ้างตาดำๆ at Wed, 9 Dec 3:11 PM

รถยังไม่ซื้อ
แต่บ้านซื้อไปแล้ว ผ่อนหน้ามืดอยู่- -
ถ้าไม่ซื้อบ้านจะมีเงินเหลือซื้อหุ้นทุกเดือน
เดือนละ 20000 lolz

Comment: litlegirl at Wed, 9 Dec 3:23 PM

so good

Comment: abn at Wed, 9 Dec 4:01 PM

เห้นด้วยเลยค่ะ โดยเฉพาะเด็กๆ ที่เพิ่งเริ่มเรียนจบใหม่ และเริ่มมีเงินเดือน ควรจะทำตามเป็นอย่างยิ่งค่ะ

Comment: คนกำลังจะรวย at Wed, 9 Dec 8:55 PM

ไม่ค่อยแขงแรง พยายามนั่งรถเมล์บางโอกาสแต่อากาศแย่มากค่ะ คิดว่าซื้อรถมือสองจะดีไหมคะ เวลาไปไหนมาจะได้ไม่กลับมานอนซม

Comment: merlion at Wed, 9 Dec 11:46 PM

ผมดีใจมาก ผมทำได้อย่างที่อาจารย์บอกทั้ง 5ข้อเลย และคิดแบบนี้มาตลอดอยู่แล้ว ชีวิตผมคงจะมีความหวังร่ำรวยเหมือนคนอื่นบ้าง

Comment: แมงกินฟัน at Thu, 10 Dec 8:54 AM

ผมติดตามอ่านงานเขียน ของอาจารย์ ตั้งแต่เรียนที่มหาลัย จนตอนนี้เรียนจบแล้ว และได้งานข้าราชการในอำเภอเล็กๆในจังหวัดแถวภาคอีสานตอนบน รายได้ต่อเดือนก็ไม่ได้มากมายอะไร ที่ที่ผมทำงานอยู่ก็เป็นเหมือนชนบทไทยทั่วไปที่ระบบขนส่งสาธารณะยังไครอบคลุม การไม่มีรถยนต์ส่วนตัวใช้ถือเป็นความไม่สะดวกอย่างหนึ่งในการดำรงชีวิตที่นั่น ตอนนี้ผมกำลังคิดจะผ่อนรถ ทั้งที่ใจยังไม่อยากเลย เพราะคิดว่ามันก็จัดเป็นหนี้ก้อนใหญ่ก้อนหนึ่ง เสียดายเงินเดือนละตั้ง หมื่นห้า ก็คิดๆอยู่เหมือนกันว่าจะลาออกไปอยู่เอกชนในเมืองดีไหม ชนบทลำบากนัก

Comment: แมงกินฟัน at Thu, 10 Dec 8:55 AM

ผมติดตามอ่านงานเขียน ของอาจารย์ ตั้งแต่เรียนที่มหาลัย จนตอนนี้เรียนจบแล้ว และได้งานข้าราชการในอำเภอเล็กๆในจังหวัดแถวภาคอีสานตอนบน รายได้ต่อเดือนก็ไม่ได้มากมายอะไร ที่ที่ผมทำงานอยู่ก็เป็นเหมือนชนบทไทยทั่วไปที่ระบบขนส่งสาธารณะยังไครอบคลุม การไม่มีรถยนต์ส่วนตัวใช้ถือเป็นความไม่สะดวกอย่างหนึ่งในการดำรงชีวิตที่นั่น ตอนนี้ผมกำลังคิดจะผ่อนรถ ทั้งที่ใจยังไม่อยากเลย เพราะคิดว่ามันก็จัดเป็นหนี้ก้อนใหญ่ก้อนหนึ่ง เสียดายเงินเดือนละตั้ง หมื่นห้า ก็คิดๆอยู่เหมือนกันว่าจะลาออกไปอยู่เอกชนในเมืองดีไหม ชนบทลำบากนัก

Comment: PoP at Thu, 10 Dec 10:30 AM

เพิ่งจบใหม่ ทำงานได้ไม่นาน

จะขอนำสิ่งที่อาจารย์แนะนำไปปฏิบัติครับ

มีประโยชน์จริงๆ ครับ

Comment: P.P. at Thu, 10 Dec 11:31 AM

ข้อมูลที่ดี ใช้เป็นแนวทางปฏิบัติ และเป็นแรงบันดาลใจไปสู่จุดหมายที่ดีที่ตั้งใจไว้ได้

ขอเป็นหนึ่งแรงใจสนับสนุนตลอดไป

Comment: mod at Thu, 10 Dec 3:35 PM

อาจารย์เปลี่ยนรูป display แล้วหรือครับ คราวหลังถ้าอาจารย์จะเปลี่ยนปรึกษาผมก่อนนะครับ อาจารย์ดูแก่เกินความเป็นจริง ผมเห็นแล้วหดหู่คร๊าบบบบ

แซวเล่นครับ

Comment: กระเป๋าตุง at Thu, 10 Dec 5:04 PM

กำลังจะเปลี่ยนรถใหม่ พอดีเลยค่ะ พอได้มาอ่านเรื่องที่อาจารย์เขียน ทำให้ต้องเปลี่ยนใจ คงต้องเปลี่ยนไปเพิ่มทุนในหุ้นอย่างที่อาจารย์แนะนำน่าจะดีกว่า แต่ช่วงนี้มีแต่ตัว แดงทั้งนั้นเลยค่ะ ไม่ทราบว่าจะต้องรอไปอีกนานเท่าไร เนื่องจากมาบตาพุดนี่เองค่ะ อย่างไรรบกวนขอคำแนะนำด้วยนะคะ และขอขอบคุณมากมายค่ะ

Comment: มด at Thu, 10 Dec 9:48 PM

ผมก็เห็นด้วยครับ แต่หน้าที่การงาน ต่ำแหน่งทางสังคม ก็มีส่วนประกอบในการตัดสินใจ ว่าจะทำได้ไหม

Comment: ชาตรี at Thu, 10 Dec 10:01 PM

อยู่อย่างจนจะไม่จน
อยู่อย่างรวยจะไม่รวย

Comment: จิ๋ว at Thu, 10 Dec 11:51 PM

เห็นด้วยทุกประโยค เหมือนเดิมค่ะ แต่หนูยังไม่รวยเหมือนอาจารย์ เพราะขาดความกล้าที่จะลงในหุ้นในสัดส่วนมาก ๆ

Comment: โกโร่ at Fri, 11 Dec 5:34 AM

ปีหน้า ผมจะทำตามคำแนะนำของดร.ครับ

Comment: โกโร่ at Fri, 11 Dec 5:35 AM

ปีหน้า ผมจะทำตามคำแนะนำของดร.ครับ

Comment: เอ at Fri, 11 Dec 11:31 AM

เรื่องไม่ซื้อรถเป็นเรื่องยากครับ

Comment: สมหวัง พูลสมบัติ at Fri, 11 Dec 1:51 PM

คนที่จนมาก่อนแล้วมารวยตอนโตเป็นผู้ใหญ่นั้น ต้อง อดทน และ ทนอด มาก่อนทั้งสิ้น
คนเรามักจะพยามยามหาเหตุผลแก้ต่างให้กับตนเอง ว่า สิ่งนั้นมันจำเป็น มันต้องเป็นหนี้เพื่อซื้อของใช้ต่างๆ
คนมีเงินนั้น เขาใช้ของฟุ่มเฟือยมากกว่าคนอื่นในระดับล่างอยู่แล้ว แต่พวกเขา เอาเงินในอดีตเช่นเงินปันผล ดอกเบี้ย เงินผลกำไรจากการลงทุน มาใช้
สรุปว่า "คนมีเงินนั้น พวกเขาเอาเงินที่สะสมในอดีตมาใช้ และ บางส่วนเงินในอนาคตมาลงทุน "
ขณะที่คนส่วนใหญ่นั้น "เอาเงินในอนาคตมาใช้ พวกซื้อรถผ่อนส่ง ก็ดี เป็นการเอาเงินในอนาคตมาใช้"
ญาติผู้เขียนท่านหนึ่งเคยกล่าวว่า" ถ้าไม่มีเงินก็อย่าไปรีบร้อนซื้อ เพราะกลัวว่าของจะแพงขึ้นราคา แต่รีบหาเงิน ประหยัดเงิน ขยันทำงาน จะดีกว่า ของจะถูกจะแพงขึ้นอยู่ว่ามีเงินซื้อหรือเปล่า ถ้ามีเงินซื้อ ของนั้นก็จะถูกเสมือนว่าราคาเสมอ" ท่านจบ ประถม 4 แต่เข้าใจหลักเศรษฐศาสตร์ดีที่เดียว

Comment: แมงมุม at Fri, 11 Dec 2:07 PM

ซื้อรถได้ 2 ปีแล้ว ผ่อนเดือนละหมื่นกว่า หรืออีก 3 ปี
นี่ก็เพิ่งซื้อบ้านอีก ผ่อนอีกเดือนละ หมื่น

พอมาอ่านข้อความข้างบน เซ้งเลยตรู

Comment: รายย่อย at Fri, 11 Dec 3:31 PM

ขอบคุณอาจารย์มากๆครับ ดีมากๆ แนวคิดพื้นฐานที่ทุกคนควรเรียนรู้ไว้ แต่่อย่าลืมคิดนอกกรอบนะครับหลักการเศรษฐีไม่ได้มีแค่บทความข้างบนเท่านั้น

Comment: จอมปลวก at Fri, 11 Dec 4:21 PM

รอคอย และติดตามบทความของอาจารย์ตลอดมาทั้งในเวป และหนังสือ ให้ข้อคิดและแนวทางที่ดีมากครับ คนหลายคนเดินทางเดียวกัน แต่ไปไม่ถึงจุดหมายเดียวกันก็ได้ ที่สำคัญเราได้เดินมาถูกทางหรือยัง ขอบคุณครับอาจารย์

Comment: ช่วยคิด at Fri, 11 Dec 5:51 PM

คุณฟันผุ
ถ้าจำเป็นต้องซื้อรถจริงๆ
อย่ามองที่ความหรูหรา หน้าตา
ซื่อรถมือสอง ยี่ห้อฮิต (อะไหล่หาง่าย) เป็นปิคอัพเล็กๆ ก็ดี
อย่าเก่ามาก เอาสัก 4 - 7 ปี
จะได้ลงทุนไม่มากนัก

Comment: แสนยานุภาพ at Fri, 11 Dec 6:16 PM

ขอบคุณสำหรับ "สูตรเศรษฐี" ครับ ทุกวันนี้พักใกล้ที่ทำงาน และใช้ "Honda เดิน" มาทำงานทุกวัน รู้สึกดีไม่เดือดร้อน

แนะนำสำหรับคนเบื่อบ้านเก่า ปีนี้เหมาะสำหรับขายบ้านเก่าซื้อบ้านใหม่นะครับ
1. ขายบ้านเก่าได้กำไร
2. ซื้อบ้านใหม่ภายใน 1 ปี ขอคืนภาษีธุรกิจเฉพาะและภาษีเงินได้ ของบ้านเก่าที่ขายไปได้
3. ได้ลดหย่อนภาษี 300,000 บาท เสียภาษีธุรกิจเฉพาะและภาษีเงินได้ ของบ้านใหม่ในอัตรา 0.xx
4. ดอกเบี้ยต่ำมาก
5. ได้บ้านใหม่ ไฉไลกว่าเก่า
หมายเหตุ. อย่าซื้อบ้านใหม่แพงนักนะครับ ไม่งั้นจะเป็นทุกข์ :-)

Comment: HmeZa at Wed, 16 Dec 11:32 AM

ขอบคุณครับ..

Comment: pigtail at Sun, 20 Dec 11:19 PM

อย่าซื้อรถ
อย่าซื้อบ้าน
อย่าซื้อ member

ซื้อหุ้นอย่างเดียว

ใช่เลยอาจารย์

ผมเพิ่ง get นะเนี่ย หลังจากผ่อนรถหมดแล้ว แต่สะเออะไปผ่อน Condo ต่อ

ถ้าขาย Condo ได้ จะทุ่มหุ้นหมดหน้าตักเลยครับ

รวยหุ้น ได้ yield 3 ML/Y เมื่อไหร่ จะถวายสนับสนุนธรรมวินัย สัก 10% ทุกๆปีเลย ให้ตายสิ

get จริงๆ นะเนี่ย

ขอบคุณครับพี่

Comment: phinthong at Wed, 23 Dec 8:16 PM

ชอบอ่านที่commentคะ สนุกดี อ่านเพลิน น่าจะเพิ่มข้อไม่เที่ยวมากอีกข้อนะคะ

Comment: น้ำหอม at Thu, 7 Jan 3:51 PM

เป็นประโยชน์มากๆ ค่ะ

Comment: MACD at Fri, 8 Jan 1:49 AM

เคยมีรถ ค่าใช้จ่ายบาน ขายไปแล้ว ตัวเบาขึ้น ปัจจุบัน มีเงินซื้อหุ้น

Comment: wikran at Fri, 8 Jan 11:33 PM

เห็นด้วยเต็มที่เลยครับ รถและบ้านหากไม่พร้อมอย่าเพิ่งซื้อและหากจะซื้อก็ซื้อบ้านหลังเล็กๆก่อนรถ เพราะรถนั้นซื้อปุ๊ปราคาตกเลย แถมยิ่งเวลาผ่านไปราคายิ่งตก (และมีค่าใช้จ่ายตามมาอีก) แต่บ้านนี้ซื้อไว้ยังมีโอกาสที่ราคาจะขึ้นจากราคาที่ดินที่สูงขึ้นในระยะยาวได้

Comment: nattapong at Sun, 10 Jan 2:27 PM

ผมได้อ่านหนังสือของแล้ว
เป็นประโยชน์มาก
ผมเพิ่งจบทำงานมาไม่ถึงปี และผมมีความสนใจในลงทุนซื้อหุ้น และผมจะนำแนวทางที่อาจารย์แนะนำไปปฎิบัติต่อไปครับ

Comment: ppchan at Tue, 12 Jan 7:01 PM

ขอบคุณอาจารย์ค่ะ สำหรับบทความดี ๆ อ่านแล้วได้สติ มานั่งนึกถึงตัวเองอยู๋ จริงๆก็ทำได้ทั้ง 5 ข้อที่อาจารย์บอกแต่ยังไม่รวยค่ะ เพราะขาดไปเรื่องเดียวคือออกไปทำงานนอกบ้านหาเงินเพิ่ม มัวแต่นั่งๆนอนๆอยู่หน้าคอมฯ เช็คราคาทั้งวัน ตั้งแต่พรุ่งนี้ไปจะไม่ขี้เกียจแล้วค่ะ จะได้ใช้ชีวิตให้มีความสุขเพิ่มอย่างที่อาจารย์สอนค่ะ

Comment: withayayon at Wed, 13 Jan 12:37 PM

มีความตั้งใจจริง และต้องมีวินัย ครับที่จะช่วยให้ประสบความสำเร็จตามที่อาจารย์ว่ามา จะพยายามครับ

Comment: enjoy at Wed, 20 Jan 8:22 PM

น่าสนใจดีค่ะ ต้องทำให้ได้

Comment: seaya at Sat, 23 Jan 12:47 AM

เป็นข้อคิดที่ดีมากๆครับ ผมซื้อมอเตอร์ไซด์ขี่ใน กทม ใช้บัตรเครดิตซื้อ ดอกเบี้ย 0 % เลยซื้อ 12 งวด ตอนแรกว่าจะพเอารถยนต์พอคิดถึงการใช้งานและค่าใช้จ่าย เลยถอยดีกว่า กุมพางวดสุดท้ายแล้วครับ กำลังศึกษาเรื่องหุ้นอยู่มาความรู้เรื่อยๆนะครับ

Comment: EsperanzaORTIZ at Wed, 9 Jun 2:01 PM

Buildings are expensive and not everyone is able to buy it. However, mortgage loans are created to support different people in such situations.

Your comment:

(not displayed)
Code:
 
 
 

Live Comment Preview:

 
« December »
SunMonTueWedThuFriSat
  12345
6789101112
13141516171819
20212223242526
2728293031