Friday, 26 February 2010

รู้จัก...ใบสำคัญแสดงสิทธิอนุพันธ์ (ตอนที่ 4)

« รู้จัก...ใบสำคัญแสดงสิทธิอนุพันธ์ (ตอนที่ 3) | Main | Gearing กับวอร์แรนท์อนุพันธ์ (ตอนที่ 1) »

วอร์แรนท์อนุพันธ์แบบไทย ๆ
หลังจากที่วอร์แรนท์อนุพันธ์กลายเป็นผลิตภัณฑ์ที่ได้รับความสนใจจากตลาดหลักทรัพย์ฯ ให้มีการผลักดันผลิตภัณฑ์นี้ที่เป็นสินค้าใหม่แห่งปี พ.ศ. 2553 ซึ่งนำมาซึ่งการเปลี่ยนแปลงกฎระเบียบต่าง ๆ เกี่ยวกับการออกและเสนอขายวอร์แรนท์อนุพันธ์ ส่วนประเภทของวอร์แรนท์อนุพันธ์ที่ได้รับความสนใจจากผู้ออกที่มีศักยภาพก็คือ วอร์แรนท์อนุพันธ์แบบไม่ต้องมีการฝากหลักทรัพย์เป็นหลักประกัน (Non-Collateralized) ซึ่งเป็นจุดที่แตกต่างสำคัญจาก SCIB-C1 และ SCB-C1 ที่เป็นวอร์แรนท์อนุพันธ์ที่เคยออกมาแล้วในอดีต

การที่ผู้ออกวอร์แรนท์อนุพันธ์ไม่ต้องฝากหลักทรัพย์เป็นหลักประกันนั้นทำให้ผู้ออกวอร์แรนท์อนุพันธ์อาจจะไม่มีทรัพย์สินส่งมอบให้ผู้ใช้สิทธิได้ กรณีนี้ถือว่าเป็นความเสี่ยงของนักลงทุนผู้ซื้อวอร์แรนท์อนุพันธ์ ดังนั้นคุณสมบัติที่สำคัญข้อหนึ่งของผู้ออกวอร์แรนท์อนุพันธ์ที่จะเสนอขายแก่ประชาชนทั่วไปก็คือ จะต้องเป็นผู้ที่ได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือ (Credit Rating) ในสี่อันดับสูงสุด หรือได้รับการค้ำประกันจากผู้ที่มีอันดับความน่าเชื่อถือ (Credit Rating) ในสี่อันดับสูงสุด หรือพูดง่าย ๆ คือ ผู้ออกวอร์แรนท์อนุพันธ์หรือ ผู้ค้ำประกันอย่างใดอย่างหนึ่งจะต้องมีอันดับความน่าเชื่อถือ (Credit Rating) ตั้งแต่ระดับ BBB- ขึ้นไป

ก่อนปี พ.ศ. 2553 บริษัทที่ต้องการออกและเสนอขายวอร์แรนท์อนุพันธ์ จะต้องได้รับการอนุมัติเป็นมติจากที่ประชุมผู้ถือหุ้น พร้อมทั้งรับทราบความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องและนโยบายบริหารความเสี่ยงด้วย ดังนั้น ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2551 ถึงปัจจุบัน นักลงทุนหลาย ๆ คนอาจจะเคยสังเกตว่ามีบริษัทหลักทรัพย์บางแห่งได้รับการอนุมัติจากที่ประชุมผู้ถือหุ้นแล้ว และอีกหลายแห่งกำลังเริ่มสนใจในการเป็นผู้ออกผลิตภัณฑ์นี้เช่นเดียวกัน หลาย ๆ คนรวมทั้งตัวผมเองตั้งความหวังว่าการออกวอร์แรนท์อนุพันธ์โดยบริษัทหลักทรัพย์เหล่านี้น่าจะมีผลทำให้ตลาดหลักทรัพย์กลับมามีความคึกคักได้อีกครั้ง ด้วยเหตุที่ว่าการซื้อขายวอร์แรนท์อนุพันธ์นั้นจะมีลักษณะคล้ายกับวอร์แรนท์ตรงที่นักลงทุนมักจะมีการซื้อขายหุ้นอ้างอิงควบคู่ไปด้วย แต่จุดเด่นของวอร์แรนท์อนุพันธ์ก็คือ ผู้ออกวอร์แรนท์อนุพันธ์มักจะเป็นผู้ดูแลสภาพคล่องเพื่อสร้างความมั่นใจให้กับนักลงทุนที่เข้ามาซื้อขายวอร์แรนท์อนุพันธ์ของตนเอง

คงเป็นที่แน่นอนว่า บริษัทผู้ออกวอร์แรนท์อนุพันธ์ก็ต้องได้รับผลประโยชน์เช่นเดียวกัน ไม่เช่นนั้นคงไม่มีใครสนใจเข้ามาทำธุรกิจตรงนี้ การออกวอร์แรนท์อนุพันธ์นั้นจะทำให้บริษัทหลักทรัพย์ซึ่งเป็นผู้สนใจหลักในปัจจุบันสามารถสร้างสินค้าทางการเงินใหม่เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าของตนได้ดียิ่งขึ้น อีกทั้งยังถือเป็นการทำธุรกิจต่อเนื่องเพิ่มเติมจากธุรกิจหลักด้วย และบริษัทผู้ออกยังอาจจะสามารถสร้างกำไรจากการบริหารความเสี่ยงได้อีกด้วย

ส่วนรูปร่างหน้าตาวอร์แรนท์อนุพันธ์ที่แต่ละบริษัทจะทำการออกจะมีรูปร่างหน้าตาเป็นอย่างไรนั้น คงหนีไม่พ้นวอร์แรนท์อนุพันธ์แบบพื้นฐานก่อน โดยเริ่มจากวอร์แรนท์อนุพันธ์ประเภทที่ให้สิทธิซื้อหุ้นอ้างอิงหนึ่งตัว หรือที่เรียกว่า "คอลวอร์แรนท์" แต่สิ่งที่นักลงทุนสนใจที่สุดก็คงจะหนีไม่พ้นว่าสินค้าอ้างอิงจะเป็นอะไร ซึ่งผมเชื่อว่าสินค้าอ้างอิงที่น่าจะเป็นไปได้มากที่สุดก็คือ หุ้นซึ่งเป็นองค์ประกอบของดัชนี SET50 นั่นเอง ทั้งนี้การเลือกหุ้นก็คงขึ้นกับจังหวะและเวลาซึ่งรวมถึงกลยุทธ์ของผู้ออกวอร์แรนท์อนุพันธ์แต่ละรายด้วย อนึ่ง การเลือกว่าหุ้นใดจะมาเป็นหุ้นอ้างอิงนั้นไม่จำเป็นต้องได้รับอนุญาตจากบริษัทผู้ออกหุ้นนั้น ทำให้ผู้ออกวอร์แรนท์อนุพันธ์นั้นมีความเป็นอิสระในการเลือกหุ้นอ้างอิงเพื่อตอบสนองความต้องการของนักลงทุนได้อย่างเต็มที่

แหล่งข้อมูลที่อ้างอิง
1. Investor Education, [ออนไลน์], เข้าถึงได้จาก www.hkex.com.hk, (วันที่ค้นข้อมูล 12 มี.ค. 2552)
2. Structured Warrants, [ออนไลน์], เข้าถึงได้จาก www.sgx.com, (วันที่ค้นข้อมูล 12 มี.ค. 2552)
3. ELW, [ออนไลน์], เข้าถึงได้จาก www.krx.co.kr, (วันที่ค้นข้อมูล 12 มี.ค. 2552)
4. Listed Securities, [ออนไลน์], เข้าถึงได้จาก www.twse.com.tw, (วันที่ค้นข้อมูล 12 มี.ค. 2552)
5. Product & Services, [ออนไลน์], เข้าถึงได้จาก www.klse.com.my, (วันที่ค้นข้อมูล 12 มี.ค. 2552)

Posted by kawee at 8:22 AM in Derivative Warrants