Monday, 14 December 2009

0132: ตำนานปูน

« Social Enterprise Business Plan Competition | Main | 0133: Recency Bias »

หลายท่านน่าจะเคยได้ยินเรื่องราวการลงทุนหุ้นปูนซิเมนต์ไทยของคุณวิกรม เกษมวุฒิ กันมาบ้าง ผมว่าเรื่องนี้สามารถเป็นตำนานในตลาดหุ้นไทยได้เลยทีเดียว 

ในวันแรกที่ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยเปิดเมื่อ 34 ปีที่แล้ว คุณวิกรมนำเงินจำนวน 16,700 บาท ไปซื้อหุ้นปูนซิเมนต์ไทยจำนวน 100 หุ้น แล้วนั่งทับใบหุ้นเอาไว้ อีกสามสิบเอ็ดปีต่อมา ปูนซิเมนต์ไทยแตกพาร์ไปทั้งหมดสองครั้ง ทำให้ 100 หุ้นของคุณวิกรมกลายเป็น 1 หมื่นหุ้น หุ้นจำนวนนั้นจึงมีมูลค่า 2,340,000 บาท (234 บาทต่อหุ้น ข้อมูล ณ ปี 2549) หรือเพิ่มขึ้นมา 140 เท่าตัว นี่ยังไม่รวมเงินปันผลที่คุณวิกรมได้รับมาระหว่างทางตลอด 31 ปีเป็นเงินอีก 7.4 แสนบาท กลายเป็นเงินรวมทั้งสิ้น 3.08 ล้านบาทเข้าไปแล้ว  

ถ้าหากคิดว่าเงินเฟ้อเฉลี่ยปีละ 5% เงินจำนวน 16,700 บาทเมื่อ 31 ปีก่อน ก็คงมีค่าประมาณ 75,000 บาทของเงินสมัยนีหรือเท่ากับเงินเดือนประมาณ 3-4 เดือนเท่านั้น นั่นก็หมายความว่า เงินเดือนแค่ 3-4 เดือนเมื่อ 30 ปีที่แล้วของคุณวิกรมสามารถทำงานได้มากกว่าหลายๆ คนที่ทำงานหาเงินตลอดชีวิต 30 ปี เพราะมีคนจำนวนไม่น้อยที่ทำงานตลอดชีวิตแล้วยังเก็บเงินไม่ได้ถึง 3 ล้านบาทเลย

คุณวิกรมเพียงแค่กลั้นใจไม่เอาเงินเดือนสักสามเดือนมาใช้ แต่นำเงินก้อนนี้ไปซื้อหุ้นเก็บไว้เฉยๆ 100 หุ้น แค่เนี่ย ไม่ต้องออกแรงอะไรเลย

บางคนอาจแย้งว่า หุ้นในตลาดมีตั้งมากมาย แล้วจะรู้ได้ไงว่าต้องซื้อหุ้นปูน ถ้าซื้อหุ้นตัวอื่นไปอาจจะเจ๊งไปกับวิกฤตต้มยำกุ้งแล้วก็ได้ แต่ถ้าไปดูข้อมูลจะเห็นได้ว่า ในวันที่เปิดตลาดหลักทรัพย์เมื่อ 34 ปีก่อน มีหุ้นในตลาดแค่ 8 ตัวเท่านั้น สมมติว่า คุณไม่รู้อะไรเลย จึงใช้เงิน 16,700 บาทของคุณ แบ่งซื้อไปหมดทั้ง 8 ตัวเท่ากัน แล้วสมมติว่า อีก 7 ตัวที่เหลือเจ๊งหมด คุณก็ยังได้ผลตอบแทนจากหุ้นปูน 3.85 แสนบาท จากเงินลงทุน 16,700 บาท หรือยังกำไรอยู่ถึง 23 เท่าตัวเลยทีเดียว ซึ่งในความเป็นจริง หุ้นทั้ง 8 ตัว ในปัจจุบันเหลือแค่ 4 ตัว คือ SCC, BBL, BJC และ DTC ซึ่ง BBL ก็ให้กำไรถึง 20 เท่า ส่วน BJC และ DTC ให้กำไรถึง 10 เท่า

ดังนั้นต่อให้ไม่รู้ว่าต้องเป็นหุ้นปูนใหญ่ เรื่องราวนี้ก็ยังเป็นตำนานที่น่าทึ่งอยู่ดี

แล้วทำไมคุณจะไม่ลอง Bet อะไรอย่างนี้กับการลงทุนในหุ้นระยะยาวๆ ดูบ้าง แค่ลองนำเงินเก็บเท่ากับเงินเดือนสัก 3-4 เดือนไปซื้อหุ้นอะไรก็ได้ที่คุณคิดว่ามีความมั่นคงในระดับเดียวกับ SCC ไว้ สัก 4-5 ตัว แล้วสัญญากับตัวเองว่า จะไม่ขายเลยตลอดชีวิต ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น เหมือนซึ้อทิ้ง แกล้งสมมติว่า คุณบังเอิญทำเงินเดือน 3 เดือนนี้หายไป การ Bet อย่างนี้ไม่ได้เหลือบ่ากว่าแรงอะไรเลย แต่ถ้าหากมัน "ใช่" ขึ้นมา ผลตอบแทนของมันจะคุ้มเกินคุ้มเลยทีเดียว และการเจียดเงินเล็กๆ ส่วนหนึ่งมาทำแบบนี้ ก็ไม่ได้แปลว่า คุณจะต้องเลิกเก็งกำไรตามแบบที่คุณชอบทำอยู่ พอร์ตหลักของคุณจะลงทุนยังไงก็ลงทุนต่อไปเหมือนเดิม ไม่ได้มีผลกระทบอะไร 

อีกทั้งมันยังเป็นหลักประกันด้วยว่า ถ้าพอร์ตเก็งกำไร ซึ่งเป็นพอร์ตหลักของคุณ ซึ่งคุณใช้เงินจำนวนมากกว่า เพราะคุณหวังกับมันว่า มันจะทำให้คุณกลายเป็นเศรษฐีได้ในเวลาแค่สองสามปี แต่มันเกิดเจ๊งขึ้นมา ทำให้คุณหมดตัว อย่างน้อยคุณก็ยังคงมีตรงนี้เป็นที่พึ่งพาได้อยู่ 

สาเหตุที่ที่ผ่านมาเรื่องนี้ไม่ค่อย "โดน" ใจนักลงทุนไทยมากนัก ผมว่าน่าจะเป็นเพราะ วิธีนี้เป็นการถือหุ้นยาว คำว่า ถือหุ้นยาว ทุกวันนี้เป็นคำที่ค่อนข้างแสลงในความรู้สึกของนักลงทุนไทยส่วนใหญ่  

แต่ถ้าเป็นการพิจารณาโดยเปรียบเทียบ Upside/Downside ด้วย ผมดูแล้วยังไงๆ วิธีนี้ก็เป็นวิธีที่คุ้มเหลือคุ้มที่ทุกคนจะลองทำดูไว้สักหนึ่งครั้งในชีวิตครับ เพราะแม้จะเป็น small probability of very large gain แต่ต้นทุนในการทดลองมันต่ำมากครับ 

 

Posted by 1001ii at 12:01 PM in 1001 Investment Ideas

 

Comment: - - at Mon, 14 Dec 12:47 PM

เป็นแนวทางที่ดี ขอบคุณมากครับ

Comment: บิ๊ก at Mon, 14 Dec 12:48 PM

เป็นแนวทางที่ดี ขอบคุณมากครับ

Comment: PTTEP & MINT at Mon, 14 Dec 12:54 PM

ตามอ่านมาหลายทีทั้งหนังสือที่พี่เขียนแล้วก็ใน blog นี่ เขียนดีมากเลยอ่ะ อ่านแล้วเข้าใจไม่น่าเบื่อ

เป็นกำลังใจให้ จะคอยติดตามนะคร๊าบบบบบ....

Comment: กุยแก at Mon, 14 Dec 4:59 PM

จะลงทุนระยะสั้นหรือยาวแต่ถ้าเลือกหุ้นไม่ดีแต่ถ้าไปเลือกหุ้นเน่ามาเข้า port ก็ยุ่งนะครับ ถ้าไปเลือก FIN1 หรือ THAIWA แล้วนอนทับไว้ เงิน 16700 ก็เป็นศูนย์ไปได้

Comment: 1001ii at Mon, 14 Dec 6:04 PM

คุณกุยแกยังไม่ Get ประเด็นของผมนะครับ

ถึงเจ๊งก็ไม่เป็นไรครับ เพราะมันก็แค่เงิน 16700 บาท

เรื่องนี้เป็นเรื่องของ Risk vs. Reward ครับ

ถ้าคุณไม่ได้กันเงินเดือน 3 เดือนออกมาทำตรงนี้ คุณก็กำลังเอาเงินออมทั้งหมดของคุณ ไปเก็งกำไรหุ้นในพอร์ตหลักของคุณอยู่ดี อันนั้นต่างหากครับ ที่เป็นสิ่งที่คุณควรจะหวาดกลัวว่าคุณอาจจะเลือกหุ้นไม่ถูก

Comment: เอส at Mon, 14 Dec 7:53 PM

ผมเป็นนักลงทุนหน้าใหม่นะครับ ผมยังไม่ Get อยู่ประเด็นหนึ่ง คือ เมื่อปูนซิเมนต์ไทยแตกพาร์ คุณวิกรมไม่ต้องใช้เงินสดซื้อเพิ่มหรือครับ หากใช้เงินซื้อเพิ่ม เงินลงทุนก็ไม่ใช่ 16700 บาท ไม่ทราบว่าผมเข้าใจผิดหรือไม่ครับ ขอบคุณมากครับ

Comment: เชียร์เสมอ at Mon, 14 Dec 9:18 PM

ดิฉันไม่ได้เข้ามาอ่านนานมาก วันนี้อ่านย้อนไปของเดือนที่แล้วเกี่ยวกับบิลล์ มิลเลอร์ (แต่มาเม้นท์ตรงนี้เพราะกลัวคุณสุมาอี้ไม่ได้อ่าน) ดิฉันเป็นหมอ อาจารย์หมอตาท่านหนี่งที่ศิริราชสอนไว้ว่า แค่ช่วยให้คนไม่ตาบอด1คน ก็คุ้มแล้วที่อุตส่าห์เรียนหมอมา ขณะนี้คุณสุมาอี้กำลังช่วยคนจำนวนมากไม่ให้ตาบอด น่าภูมืใจนะ ดูแล้วคุณสุมาอี้น่าจะเป็นน้องดิฉัน แต่ไม่กล้าเรียกน้อง เลยเรียกแบบนี้นะคะ

Comment: แนวไหน at Mon, 14 Dec 10:03 PM

แบบนี้ bet กะทองคำก้อได้ ลองซื้อทองคำเมื่อ 30 ปีก่อนแล้วมาเทียบกะตอนนี้สิ ไม่ต้องมีวิชาการด้วย เราก้อพูดได้ เพราะเราพูดแต่เรื่องอดีต พูดอีกก้อถูกอีก ดู history แล้ว comment ถูกตลอด รับรองเอาละแต่ไม่ขัดคัย อาชีพคัย อาชีพมัน ขอหั้ยโชคดี เอาข้อมูลอดีตมาเล่าบ่อยๆ

Comment: เอก at Mon, 14 Dec 10:08 PM

ซื้อ bol ดีมั้ยครับ

Comment: 1001ii at Tue, 15 Dec 6:12 AM

เร็วๆ นี้ทองขึ้นมาเร็วมาก เราอาจมองว่าถือทองคำไว้ก็กำไรดีเหมือนกัน

แต่ที่จริงแล้ว ปี 2518 ทองคำราคา $200 ตอนนี้ $1100 ก็เท่ากับกำไรแค่ 5.5 เท่า ซึ่งแพ้ SCC, BBL, DTC, BJC แบบขาดกระจุยเลยครับ

ในระยะยาว ไม่มีสินทรัพย์ใดเลยที่ถือไว้แล้วให้ผลตอบแทนได้มากเท่ากับหุ้น เรื่องนี้เป็นจริง ไม่ว่าจะตลาดหุ้นสหรัฐฯหรือตลาดหุ้นไทยก็ตาม

นี่ไม่ได้หมายความว่าซื้อหุ้นตัวไหนก็ได้แค่ตัวเดียวจะทำได้แบบนี้หมด แต่หมายความว่าโดยเฉลี่ยแล้ว หุ้นเป็น favorable bet ที่ดีที่สุด

ถ้าจะถือทิ้งไว้ตัวเดียวก็ควรถือน้อยๆ เผื่อ Upside แต่เสียหายไปก็ไม่เป็นไร ถ้าอยากถือเยอะหน่อยก็ควรเพิ่มจำนวนตัวขึ้น

Comment: 1001ii at Tue, 15 Dec 6:20 AM

การแตกพาร์ไม่ต้องใส่เงินเพิ่มครับ ไม่เหมือนกับการแจกสิทธิ์เพิ่มทุนหรือวอร์แรนต์ครับคุณเอส

ขอบคุณสำหรับทุกกำลังใจครับ

อย่าลืมนะครับ โลกนี้ไม่มีอะไรแน่นอน 100% แต่คนฉลาดจะเลือก favorable bet และมีการบริหารความเสี่ยงอย่างเหมาะสม ไม่พึ่งพาการเลือกหุ้นเพียงอย่างเดียว

Comment: terati20 at Tue, 15 Dec 7:07 AM

อาจารย์ลองเทียบ scc growth กับ GDP growth
ซิ ผมว่ามันสื่ออะไรได้หลายอย่างว่า scc โตตามประเทศเรา เเต่จากนี้ไป GDP เราจะโตเเบบกระโดดเหมือนเมื่อก่อนละเปล่า????

ถ้าbet เเล้ว small probability * very large gain
กับ large probability* small gain
อืม อย่างไหนน่าสนกว่ากัน

Comment: Lin at Tue, 15 Dec 10:15 AM

ก่อนหน้าช่วงนี้ไม่นานนัก ที่ดินก็ถูกมากครับ

ถ้าไป bet ที่ดินสีลม ตรว.ละไม่ถึงพันบาท (เก่ากว่านั้นก็ไม่กี่ร้อย)

ปัจจุบันตรว.ละ 5-6 แสน

เงินสมัยก่อน เหมือนจะน้อยมากในระบบ มีโอกาสให้ลงทุนมากมายเลย (ที่ดิน มากกว่า เงินในระบบมาก)

แค่ฝากเงิน ดบ.ออมทรัพย์ก็ 5-6% แล้ว

ผมยังนึกเลยว่า ปัจจุบัน เงินพิมพ์ออกมาได้เรื่อย ๆแบบนี้ วิธีการลงทุน จะต้องเปลี่ยนไปยังไง

คร่าว ๆ นะครับ ความคิดยังไม่กลั่นออกมา

Comment: babypex at Tue, 15 Dec 11:32 AM

ติดตามอยู่ตลอด นะคับ

ขอตอบคุณ terati20
ต้อง large gain อยู่แล้วสิครับ
ไม่งั้นมันก็ไม่คุ้มที่จะ bet ตั้งแต่แรก ^^

Comment: อธิป at Tue, 15 Dec 2:50 PM

กำลังอ่านเศรษฐศาสตร์ในกทม.เป็นหนังสือก่อนนอนครับ ดีมากๆ

อยากถามคุณสุมาอี้ว่า ปัจจุบัน ประเทศต่างๆเล่นพิมพ์เงินทุ่มอัดฉีดลงระบบมหาศาล โดยเ้ฉพาะ USA จีน และญี่ปุ่น เป็นไปได้หรือไม่ว่า ภายในไม่กี่ปีนี้ จะเกิดภาวะเงินเฟ้อขนานใหญ่เป็นประวัติการณ์

1. ราคาทองจะ double ?
2. อสังหาจะพุ่ง?

อยากทราบไอเดียครับ

Comment: 1001ii at Tue, 15 Dec 3:13 PM

คำถามของคุณ terati ตอบไม่ได้ครับ เพราะไม่ทราบ downside

ถ้าทราบ downside ก็นำไปหา expected value ถ้าเป็นบวกก็คือ favorable bet

แต่ถ้าคำนึงเรื่องจิตวิทยาการลงทุน สิ่งที่เราต้องระวังมากที่สุดคือ พวกที่มี small prob of massive loss พวกนี้บ่อยครั้งเป็นลบ แต่ใจเรามักรู้สึกว่าน่าเสี่ยง น่ากลัวมาก

Comment: 1001ii at Tue, 15 Dec 3:26 PM

@อธิป

อาจเกิดเงินเฟ้อมโหฬารได้ครับ แต่ว่าตอนนี้ยังไม่น่าจะเกิด เพราะเศรษฐกิจโลกยังไม่ดี ทำให้ธนาคารยังไม่ปล่อยสินเชื่อ

ในระยะสั้น deflation ดูน่ากลัวกว่า

ที่จริง เราอาจไม่ได้เห็น CPI Index พุ่งขึ้นก็ได้ แต่เราจะเห็นเงินดอลล่าร์อ่อนลงเรื่อยๆ แทน เวลานี้ ทองคำก็ขึ้นไปรอไว้แล้ว แต่ผมตอบไม่ได้ว่า จะยังขึ้นได้อีกหรือไม่ แค่ไหน

อสังหาในไทยเวลาแทบไม่ได้ขึ้นมากนัก ไม่ทราบเหมือนกันว่าเพราะอะไร แต่ถึงจุดหนึ่งก็อาจขึ้นได้

Comment: อธิป at Tue, 15 Dec 3:36 PM

Hahaha CPI Index... นี่ถ้าไม่ได้อ่านบทนี้เมื่อคืน คงต้องไป search ใน Wikipedia แน่ๆ

จัดสัมมนาที่ B2S เมื่อไหร่อย่าลืมโปรโมทครับ จะอุ้มลูกไปฟังด้วย

ขอบคุณครับ

Comment: ผมก็อ่าน at Tue, 15 Dec 5:15 PM

ผมเห็นด้วยว่าหุ้นปูนน่าสนใจ แต่ผมคิดว่า อาจไม่ใช่ทั้งหมดที่ควรจะทำแบบนั้น ถ้าดูหุ้นปูนกันจริงๆ ใน 5 ปีที่ผ่านมา มันกลับมาอยู่ที่เดิมนะครับ หรือต่ำกว่าเดิมด้วยซ้ำ

จริงๆ แล้ว ควรจะดูจังหวะ ถ้ามันต่ำมากๆ ก็ควรซื้อ สูง ก็ควรแบ่งขายเอาต้นทุนคืน แบบนี้น่าจะดีกว่า

ลองทำดูครับ ผมทำแบบนี้กับหุ้น PTTEP แล้วดีใจมากเลย

Comment: torchan at Tue, 15 Dec 5:42 PM

ผมสงสัยคนที่เข้ามาอ่านblogคุณสุมาอี้แล้วไม่เห็นด้วย แล้วยังมา post แบบกระแนะกระแหน ว่ามันอย่างโน้นอย่างนี้ เค้าทำไปเพื่ออะไร? จะอวดภูมิตัวเองว่างั้น ว่าตูเก่งกว่าคนเขียน blog หรือ? ไม่เข้าใจว่าเค้าถูกเลี้ยงดูมาด้วยสิ่งมีชีวิตประเภทไหน ถึงได้โตมามีความประพฤติอย่างงี้ พวกที่ปากดีในโลก cyber ผมว่าร้อยทั้งร้อยเป็นพวกขี้ขลาดในโลกแห่งความจริงทั้งนั้น

Comment: 1001ii at Tue, 15 Dec 6:55 PM

ที่จริงถ้าผมจะลองวิธีนี้ตอนนี้ผมก็คงไม่เลือกscc เหมือนกัน มีตัวอื่นที่มั่นคงเหมือนกัน แต่อนาคตน่าสนใจกว่าอยู่หลายตัว :-)

Comment: Saran at Wed, 16 Dec 10:00 AM

เรื่องตำนานปูนของคุณวิกรม เป็นการจุดประกายให้ผมสนใจเรื่องลงทุนหุ้นแบบระยะยาวเลยละครับ ถ้าบางคนมีปัญหาเรื่องการเลือกหุ้นลองหันมาซื้อกองทุนหุ้นที่อิงตามดัชนีก็ได้นะครับ แต่ต้องเป็นแบบทะยอยซื้อสะสมไปเรื่อยๆ ในระยะยาว 30 ปีเหมือนกันก็น่าจะได้ผลตอบแทนที่น่าพอใจนะครับ

ยังติดตามผลงานของท่านแม่ทัพอยู่เรื่อยๆ ครับ

Comment: pp at Wed, 16 Dec 10:04 AM

ขอบคุณคำแนะนำดีๆของอาจารย์ค่ะ ดิฉันมาเริ่มเล่นหุ้หลังจากสามีเสียไป ตัวเองจึงหาวิธีว่าทำอย่างไรจึงหารายได้เพิ่มขึ้นเพื่อเลี้ยงลูกให้จบสูงให้ได้ จึงตัดสินใจเล่นแต่ก็ติดอย่โดยเฉพาะ
pttep ติดตั้งแต่ตอน 210 -159 บาท ก็เลยยังทำอะไรมได้ เงินก็แช่อย่ค่ะ อยากขอคำแนะนำจากอาจารย์และผู้ใจบุญที่เชี่ยวชาญหุ้นท้งหลายด้วยค่ะ (ดิฉันจบอักษรฯมาบอกตามตรงว่าเรื่องตัวเลข กราฟต่างๆ ไม่ถนัดค่ะ) ขอบคุณมากๆค่ะ

Comment: pp at Wed, 16 Dec 10:06 AM

ขอบคุณคำแนะนำดีๆของอาจารย์ค่ะ ดิฉันมาเริ่มเล่นหุ้หลังจากสามีเสียไป ตัวเองจึงหาวิธีว่าทำอย่างไรจึงหารายได้เพิ่มขึ้นเพื่อเลี้ยงลูกให้จบสูงให้ได้ จึงตัดสินใจเล่นแต่ก็ติดอย่โดยเฉพาะ
pttep ติดตั้งแต่ตอน 210 -159 บาท ก็เลยยังทำอะไรมได้ เงินก็แช่อย่ค่ะ อยากขอคำแนะนำจากอาจารย์และผู้ใจบุญที่เชี่ยวชาญหุ้นท้งหลายด้วยค่ะ (ดิฉันจบอักษรฯมาบอกตามตรงว่าเรื่องตัวเลข กราฟต่างๆ ไม่ถนัดค่ะ) ขอบคุณมากๆค่ะ

Comment: wisut at Wed, 16 Dec 11:04 AM

ptt กะ pttep ตัวไหนน่า bet กว่ากันครับ

ผมเห็นท่านแม่ทัพเลือก pttep ใน 7thltg

ปล....หนังสือท่านแม่ทัพขายดีมากครับแม้แต่ใน ตจว.
น่าจะมัดรวมทั้ง set 7-8 เล่ม ขายในช่วงปีใหม่นะครับ
ผมยังหาซื้อได้ไม่ครบเลย ขาดอยู่ 2 เล่ม

Comment: Toom at Wed, 16 Dec 11:40 AM

พึ่งเริ่มลงทุนปีนี้ครับ
และก็ตั้งใจจะลงเงิน"ลืม"เหมือนกันครับ
เพราะมั่นใจว่าตัวเองจะเป็น"นักลงทุน"
ไม่ใช่นักพนันครับ

Comment: nene at Wed, 16 Dec 12:20 PM

แล้วตัวไหนบ้างที่น่าสนใจ ????

Comment: tanapol at Wed, 16 Dec 12:20 PM

มาให้กำลังใจพี่สุมาอี้ครับ

พี่เป็นสุดยอด idol คนนึงของผมครับ

Comment: หลินปิง at Wed, 16 Dec 12:35 PM

ดีมากค่ะ เป็นตัวอย่างที่ดี แม้ไม่มีความรู้เครื่องหุ้น ก็สามารถใช้เป็นแนวทางได้

Comment: 1001ii at Wed, 16 Dec 12:56 PM

หุ้นที่จะใช้วิธีนี้ควรเลือกบริษัทที่คิดว่าอีก 30 ปี น่าจะยังอยู่ และเป็นธุรกิจที่ข้อจำกัดในการขยายกิจการน้อย

แต่อย่าเลือกเพราะเห็นว่าพีอีต่ำ หรือปันผลสูง เพราะเหตุผลเหล่านี้ ไม่เหมาะอย่างยิ่งกับการซื้อทิ้งไว้นานมากๆ

ขออภัยที่ไม่สามารถระบุเป็นตัวหุ้นให้ได้

Comment: tum at Wed, 16 Dec 1:43 PM

ภูมิใจในองค์กรผมเหลือเกิน เป็นหุ้นที่มีตำนาน

คุณสุมาอี้ น่าจะเปลี่ยนเป็น ขงเบ้ง ดีไหมเอ่ย

Comment: lppj at Wed, 16 Dec 4:26 PM

วิกฤต คราวนี้ ผมซื้อ SCC 600 ห้นได้ 95 บาท และ Makro 66 บาท กะถือเป็น มรดก ไปเลย

Comment: vine at Wed, 16 Dec 5:15 PM

ติดตามอ่านหนังสือของคุณสุมาอี้ ค่ะ รู้สึกประทับใจมาก ได้ความรู้เพิ่มขึ้นค่ะ ถ้ามีเล่มไหนออกมากอีกโปรดประชาสัมพันธ์ด้วยนะคะ....ขอบคุณค่ะ

Comment: เรารู้น้อยน่ะ at Wed, 16 Dec 7:20 PM

เรามองว่า เรี่อง timing สำคัญมากกว่า
เพราะ เศรษฐกิจสมัยนั้นกับสมัยนี้ ต่างกัน
แถมเทคโนโลยีสมัยนี้ กับสมัยนั้นก็ต่างกัน

คงต้องแยกให้ออกว่า ฝากเงินกับหุ้นแล้วดี
หรือ ฝากกับหุ้นที่อยู่ในช่วงโอกาสดี แล้วจะดี ?

เพราะ 31 ปีที่แล้ว สภาพแวดล้อมที่ เสริมตลาดของอุตสาหกรรมนี้ ยังไม่มีเลย
มาตอนนี้ ลองมีบริษัทมหาชนใหม่ เปิดธุรกิจในกลุ่มเดียวกัน แล้วทำตลาดอุตสาหกรรมนี้สิ อาจเจ็บตัวก็ได้นี่น่า ฉะนั้นถ้าฝากเงินตอนนี้ แล้วรออีก 31 ปีก็ไม่เกิดแบบเดียวกันก็ได้ บริษัทไหนรุกก่อนเป็นอันดับต้นๆ ก็รับผลดีไป เหมือนอย่างหุ้นกลุ่มน้ำมัน ใครมาเปิดตามหลัง ก็หล่นวูบไม่ใช่หรือ

Comment: ต้น at Wed, 16 Dec 9:18 PM

ทองคำปี2518 บาทละ 400 เองครับ แต่ปี2552 มันบาทละ 18000 มันจะได้ 5.5 เท่า ได้ยังไงกันครับ พี่ลืมอะไรไปหรือเปล่า?

Comment: 1001ii at Wed, 16 Dec 10:15 PM

http://www.goldprice.org/gold-price-history.html#36_year_gold_price

Comment: NooBie at Wed, 16 Dec 10:51 PM

สวัสดีครับ พี่ๆทุกคน
ผมเป็นมือใหม่ที่หัดเล่นหุ้นมาได้ เข้าธ.ค นี้ 5 เดือน
ผมเรียกการเล่นหุ้นเป็นเกมๆหนึ่ง
4เดือนที่ผ่านมา พอต ผมมีกำไร 20 % จากการซื้อๆขายๆ(ผมเล่นไม่เก่ง แต่ผมเล่นเป็น)
ผมไม่เห็นด้วยกับ คนที่เล่นสั้นแล้วบอกว่าเป็นการพนัน

เทคนิคการเล่นหุ้นหลากหลาย อยู่ที่ใครจะค้นพบเทคนิคของตน

ผมเชื่ออย่างหนึ่งว่า ชีวิตคนเราไม่ได้ยืนยาวนาน อย่างหุ้นตัวใดตัวหนึ่ง

ผมชอบอ่านและแสดงความคิดเห็น ข้อความบางส่วนครับ

Comment: Tanaphon_p at Thu, 17 Dec 1:57 AM

คุณ pp ผมว่าวิธีการคิดของคุณผิดแล้วหล่ะครับ คุณกำเงินเข้ามาในตลาดพร้อมกับความคาดหวัง ว่าจะส่งลูกเรียนคุณผิดตั้งแต่วิธีคิดแล้วครับ กราฟคุณก็บอกว่าดูไม่เป็นพื้นฐานตัวเลขการเงินก็ยังดูไม่ได้ คุณจะเอาอะไรไปสู้กับคนอื่นครับ

เด็กปั่นจักรยานยังต้องมีล้มลุกเลยกว่าจะได้แล้วจู่ๆคุณกำเงินสามีตาย เอามาทำแบบนี้ไม่ได้ครับ ผมว่าคุณไปหาหนังสือหุ้นดีๆมาอ่านดีกว่านะ ไม่งั้นความตายมาเยือนแน่ๆ

หนังสือหุ้นของเด็กแนวเอาไว้ดูเคนิคได้ครับ แล้วก็หนังสือของดร.นิเวศน์ ทุกเล่ม หนังสือหุ้นห่านทองคำ หนังสือของคุณสุมาอี้ หนังสือในลิง์เว็บนี้ http://www.thaivi.com/webboard/viewforum.php?f=15&sid=00ecadc2be11444a5c7e2b8119654a08

Comment: yo at Thu, 17 Dec 10:13 AM

ขอบคุณครับ
ติดตามอ่านมาเสมอครับ เป็นกำลังใจให้ครับ..จะได้มีบทความดี ๆ อ่านอย่างต่อเนื่องเพื่อต่อยอดทางความคิด

Comment: สุชัย at Thu, 17 Dec 11:00 AM

SCG เดี๋ยวนี้ไม่ได้ลงทุนเฉพาะในประเทศไทยแล้ว มีการลงทุนในต่างประเทศที่ศก.เติบโตดีอย่าง เวียดนามและอีกหลายประเทศ ดังนั้น ขอแค่ศก.โลก หรือ อย่างน้อย เอเชีย มี GDP.Growth ที่น่าพอใจ ผลประกอบการของ SCG. ก็เติบโดได้ครับ

Comment: สุชัย at Thu, 17 Dec 1:12 PM

ผมขอทำนายว่า BANPU จะเป็นหุ้นที่สร้างตำนานได้แบบเดียวกันปูนใหญ่

Comment: สมหวัง พูลสมบัติ at Thu, 17 Dec 3:56 PM

ผมเพิ่งมารู้ไม่นานมานี้เองว่า มีญาติเกี่ยวดองกับผมท่านหนึ่ง สามีเป็นคนจีนสิงคโปร์เสียชีวิตไปตั้งแต่ปี 2515 คุณป้าเพิ่งเสียชีวิตไปราว 7 ปี ทั้ง 2 ท่านอายุประมาณ 94 ปีทั้งคู่ ปรากฏว่า ลูกเลี้ยงของท่านเพิ่งจะเอาใบหุ้นSCGของเก่าไปเปลี่ยน เป็น1หุ้นเก่าต่อ100หุ้นใหม่
ผมได้ยินแล้วก็ยิ่งทึ่งในวิสัยทัศน์ของคุณลุงคนสิงคโปร์ผู้นี้ ที่วิสัยทัศน์เรื่องการลงทุนก้าวไกล ตั้งแต่สมัยที่ยังไม่มี ตลท.เลย
ท่านต้องลงทุนหลายรูปแบบ พันธบัตร หุ้นกู้ เงินฝาก และบ้านเช่าอีก 2 หลัง แม้จะเกษียณจาก บริษัทฝรั่งไปหลายสิบ ปี จนเสียชีวิตเมื่ออายุ 94 ปีและถ้ามีชิวิตอยู่จนบัดนี้ อายุราว 130กว่า ปี แต่ทรัพย์สินก็ยังเหลือกว่าสิบล้านหลังจากที่ส่งหลานผมไปนอก 2 คนอีกด้วยและ ยังเป็นมรดกตกทอดให้กับลูกเลี้ยงอีก 1 คนที่ยังคงมีชีวิตสุขสบาย
นี่แหละ วิสัยทัศน์การลงทุนละครับ เพราะถ้าจัดการไม่ดี หรือไม่เก่ง บัดนี้ ก็คงจะเหลืออะไรไม่เท่าไร หรือบางครอบครัว ก็คงจะหมดไปแล้ว
แต่นี่คุณลุงสิงคโปร์หัวหน้าครอบครัวรีไทร์ไปคงประมาณปี 2490หลังสงครามเลิกเล็กน้อย และเวลาผ่านไปกว่า 60 ปี แต่ยังคงมีทรัพย์สินเหลืออยู่ขนาดนี้
ก็ต้องเรียกว่า Value Invester รุ่นเดอะละครับ

Comment: 1001ii at Fri, 18 Dec 12:50 AM

เรื่องที่คุณสมหวังเล่ามาน่าสนใจครับ ผมว่าบางคนมีสัญชาตญาณเศรษฐีนะครับ คือ ไม่ได้มีความรู้เรื่องการเงินอะไรมากมาย แต่รู้ได้เองว่าจะต้องทำยังไงถึงจะมั่งคั่ง

Comment: emososo at Fri, 18 Dec 9:37 AM

สวัสดีครับ น่าจะเพิ่มไอเดียลงไปในบทความนี้เกี่ยวกับการขายแบบชักทุนออก หรือว่าทำคลายเครียดเรโชก็น่าจะดีนะครับ ผู้อ่านที่สนใจอยากลองจะได้รู้สึกว่าใช้ทุนน้อยเข้าไปใหญ่ จาก16700บาท หากใช้วิธีขายแบบชักทุนออกมาก็จะเป็นการถือหุ้นไร้ต้นทุนไปเลย :)

Comment: Richy at Fri, 18 Dec 11:33 AM

สรุปคือ หุ้นที่จะเลือก bet แบบถือยาวทั้งชีวิต คือหุ้นที่มีโอกาสในการเติบโตของกำไร สามารถขยายกิจการได้ โดยไม่มีข้อจำกัดในด้านต่างๆ ( เช่นกฎหมาย ) และกิจการยังคงอยู่ตลอดไป ใช่มั้ยครับ พี่สุมาอี้

... แต่ผมสงสัยนิดนึงครับ ทำไมเราถึงถือหุ้นที่ปันผลสูงๆ ไม่ได้หรอครับ หุ้นที่กำไรสม่ำเสมอ ทุกๆปี จ่ายปันผลสม่ำเสมอทุกๆปี ( เช่น advanc ที่ราคาถูกๆ) หุ้นพวกนี้เข้าข่าย
Defensive stock หรือเพราะว่าปัจจุบันมันเป็นธุรกิจที่อิ่มตัวแล้ว กำไรในปีถัดๆไป มีแต่จะคงที่ กับถดถอยรึป่าวครับ ?
ทำให้โอกาสในการขยายธุรกิจ และเติบโตระยะยาว เป็นไปได้ยาก ?

รบกวนขอความเห็นพี่สุมาอี้นิดนะครับ ผมแฟนพันธ์แท้พี่เลย อ่านหนังสือพี่ทุกเล่มเลยครับ

Comment: สมหวัง พูลสมบัติ at Fri, 18 Dec 12:57 PM

ราคาทองคำ บาทละ สี่ร้อยกว่า จนสิ้นปี 2513
-กลางปี 2514 บาทละ ห้าร้อยกว่า
-กลางปี 2515 บาทละ 650 บาท
-ปลายปี 2515เริ่มใกล้พัน
-ปี2516-2521 บาทละพันกว่ามาตลอด จนปลายปี 2521 แตะบาทละ2000
-ปี2522 ทะลุ สองพันแล้ววิ่งผ่านไป สี่พันกว่า
-ปี2523 ห้าพันกว่ามาตลอดแล้ววิ่งไปเกือบเจ็ดพัน หลังจากนั้นก็รวงลงมา
-ปี2524-2539 ราคาอยู่ในช่วงแคบประมาณ สี่พันเศษ ถึงห้าพันเศษ

Comment: 1001ii at Fri, 18 Dec 2:07 PM

@Richy

หุ้นปันผลส่วนใหญ่เป็นธุรกิจที่มีช่องในการลงทุนเพิ่มเพื่อขยายกำไรน้อย บริษัทจึงได้ปันผลออกมามาก

หุ้นที่เราคิดว่าราคาถูกเพราะพีอีต่ำ แต่กิจการไม่ได้มีการเติบโต สมมติว่าเราซื้อไปแล้ว แค่หนึ่งปีผ่านไป ราคาหุ้นก็ขึ้นมาจนสะท้อนมูลค่า แล้วอีก 29 ปี ต่อมา เราจะถือเอาไว้อีกเพื่อคาดหวังอะไรครับ

เราถือหุ้นนานๆ เพราะเราหวังว่ากำไรมันจะต่อไปได้เรื่อยๆ มากกว่า

Comment: สมหวัง พูลสมบัติ at Fri, 18 Dec 2:29 PM

ตอนนี้ถ้าไม่รู้จะซื้อตัวไหน หรือเงินลงทุนยังมีไม่มากนัก หรือเพิ่งเริ่มต้นทำงานใหม่ๆ ก็ลองทยอยซื้อหน่วยลงทุนกองทุนเชิงรับอิงดัชนี โดยเฉพาะ "กองทุนทหารไทย SET50" ลงทุนซื้อไปเรื่อยๆทีละน้อยๆ ระยะยาวผลตอบแทนก็พอสมควรครับ

Comment: kenne at Fri, 18 Dec 5:58 PM

ขอแสดงความคิดเห็น ประเด็นเรื่องของราคาทอง นะครับ
เพราะเท่าที่ผมจะมีความรู้ ทำความเข้าใจ กับเรื่องการลงทุนแล้ว
ผมพอจะเข้าใจ สิ่งที่ พี่สุมาอี้ กำลังนำเสนอนะครับ แล้วก็เป็นเรื่องจริงด้วยที่ว่า
ในระยะยาว 10 ปีขึ้นไป ไม่มีสินทรัพย์ตัวได ทำผลตอบแทนได้ดีกว่าุ้หุ้นเลย
และจากที่ เรามองย้อนหลังกลับไป ว่า เมื่อสิบปีก่อน ราคาทอง แค่ สี่ห้าพัน และตอนนี้เกือบสองหมื่น
ต้องขอบอกตามตรงว่า เราดูแค่ ราคาแค่นี้ไม่ได้ เนื่องจาก ราคาทองคำที่ใช้ในปัจจุบัน เป็นราคาทองคำที่มีโครงสร้างมานาน
ซึ่งเป็นราคาอ้างอิงในตลาดโลก เพราะสหรัฐ ซึี่งเป็นประเทศที่มีทองคำมากที่สุดในโลก จึงสามารถใช้ค่าเงินดอลล่าเป็นค่าเงินที่อ้างอิงราคาทองคำ
เพราะฉะนั้น ปัจจัยที่ทำให้ทองคำ ถูกหรือแพง หลักๆจึงมาจาก ค่าเงินดอลล่าสหรัฐ บวกกับอุปสงอุปทาน
จิงอธิบายได้ง่ายๆว่า ราคาทองคำ มาจาก ค่าเงินดอลลา คูณด้วย ค่าเงินบาท /น้าหนัก และที่ผ่านมา ทั้งค่าเงินดอลลา และค่าเงินบาท มีทั้งอ่อนค่า และแข็งค่า สลับกันไป
อาจจะอ่านดูงง แต่ผมพยายามอธิบายเท่าที่ ความรู้ความเข้าใจที่ผมมี ผมแค่อยากจะยืนยันว่า ระยะยาว ไม่มีสินทรัพย์ตัวไดให้ผลตอบแทนได้มากกว่าหุ้น ณ ปัจจุบันนะครับ อนาคตอาจจมีก็ได้ใครจะรู้

Comment: pigtail at Wed, 23 Dec 3:15 AM

Year mth Growth
2008 2-Dec 661,188
2009 1 681,024
38 2 701,455
3 722,498
4 744,173
5 766,499
6 789,494
7 813,178
8 837,574
9 862,701
10 888,582
11 915,239
12 942,697
2010 1 970,978
39 2 1,000,107
3 1,030,110
4 1,061,013
5 1,092,844
6 1,125,629
7 1,159,398
8 1,194,180
9 1,230,005
10 1,266,905
11 1,304,913
12 1,344,060
2011 1 1,384,382
40 2 1,425,913
3 1,468,691
4 1,512,751
5 1,558,134
6 1,604,878
7 1,653,024
8 1,702,615
9 1,753,693
10 1,806,304
11 1,860,493
12 1,916,308
2012 1 1,973,797
2 2,033,011
3 2,094,002
4 2,156,822
5 2,221,526
6 2,288,172
7 2,356,817
8 2,427,522
9 2,500,348
10 2,575,358
11 2,652,619
12 2,732,197
2013 1 2,814,163
2 2,898,588
3 2,985,546
4 3,075,112
5 3,167,365
6 3,262,386
7 3,360,258
8 3,461,066
9 3,564,898
10 3,671,845
11 3,782,000
12 3,895,460
2014 1 4,012,324
13 4,012,324
2 4,132,694
3 4,256,674
4 4,384,375
5 4,515,906
6 4,651,383
7 4,790,924
8 4,934,652
9 5,082,692
10 5,235,173
11 5,392,228
12 5,553,995
2015 1 5,720,614
2 5,892,233
3 6,069,000
4 6,251,070
5 6,438,602
6 6,631,760
7 6,830,713
8 7,035,634
9 7,246,703
10 7,464,104
11 7,688,027
12 7,918,668
2016 1 8,156,228
2 8,400,915
3 8,652,943
4 8,912,531
5 9,179,907
6 9,455,304
7 9,738,963
8 10,031,132
9 10,332,066
10 10,642,028
11 10,961,289
12 11,290,127
2017 1 11,628,831
2 11,977,696
3 12,337,027
4 12,707,138
5 13,088,352
6 13,481,003
7 13,885,433
8 14,301,996
9 14,731,055
10 15,172,987
11 15,628,177
12 16,097,022
2018 1 16,579,933
2 17,077,331
3 17,589,651
4 18,117,340
5 18,660,860
6 19,220,686
7 19,797,307
8 20,391,226
9 21,002,963
10 21,633,052
11 22,282,043
12 22,950,504
2019 1 23,639,020
2 24,348,190
3 25,078,636
4 25,830,995
5 26,605,925
6 27,404,103
7 28,226,226
8 29,073,012
9 29,945,203
10 30,843,559
11 31,768,866
12 32,721,932
2020 1 33,703,590
2 34,714,697
3 35,756,138
4 36,828,822
5 37,933,687
6 39,071,698
7 40,243,849
8 41,451,164
9 42,694,699
10 43,975,540
11 45,294,806
12 46,653,650
2021 1 48,053,260
50 2 49,494,858
3 50,979,703
4 52,509,094
5 54,084,367
6 55,706,898
7 57,378,105
8 59,099,448
9 60,872,432
10 62,698,605
11 64,579,563
12 66,516,950
2022 1 68,512,458
2 70,567,832
3 72,684,867
4 74,865,413
5 77,111,375
6 79,424,717
7 81,807,458
8 84,261,682
9 86,789,532
10 89,393,218
11 92,075,015
12 94,837,265
2023 1 97,682,383
52 2 100,612,855
3 103,631,240
4 106,740,178
5 109,942,383
6 113,240,654
7 116,637,874
8 120,137,010
9 123,741,120
10 127,453,354
11 131,276,955
12 135,215,263

Comment: purin at Thu, 7 Jan 2:15 PM

คุณ lppj รู้ได้อย่างไรว่าควรจะซื้อตอนนั้นครับ
เพราะราคาต่ำสุดมัน 94 บาท ใกล้เคียงมากๆเลย

Comment: arhama at Wed, 20 Jan 1:24 PM

อ่านแล้วมีความหวังในการลงทุนครับ
เริ่มเข้าใจในการลงทุนมากขึ้นครับ ขอบคุณครับ

Your comment:

(not displayed)
Code:
 
 
 

Live Comment Preview:

 
« December »
SunMonTueWedThuFriSat
  12345
6789101112
13141516171819
20212223242526
2728293031