Thursday, 29 October 2009

0126: วอเรน บัฟเฟต

« 0128: เบนจามิน แกรม เปลี่ยนแนว | Main | 0129: แกะรอย บิล มิลเลอร์ »

 

วอเรน บัฟเฟต จัดว่าเป็นนักลงทุนที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดในโลก 

วอเรน ซื้อหุ้นครั้งแรกเมื่ออายุได้เก้าขวบ ราคาหุ้นที่ร่วงลง ทำให้เขาวิตกกังวลมาก เมื่อราคาหุ้นเด้งกลับมาจนมีกำไร เขาก็ขายหุ้นนั้นด้วยความโล่งอก แต่หลังจากนั้น หุ้นดังกล่าวก็ทะยานขึ้นอย่างมากมาย ประสบการณ์ครั้งนั้นทำให้วอเรนเห็นข้อเสียของการขายหุ้น

ในวัยหนุ่ม วอเรน เริ่มมีแนวการลงทุนที่ชัดเจนเป็นครั้งแรก เมื่อได้ศึกษาแนวทางของ เบนจามิน แกรม ที่เรียกว่า Value Investment ซึ่งสอนให้มองการซื้อหุ้นให้เหมือนการซื้อธุรกิจจริงๆ มากกว่าการซื้อเศษกระดาษ วอเรนกล่าวว่า แนวคิดนี้ช่วยทำให้เขาตาสว่าง

ในช่วงแรก วอเรนยึดมั่นในวิธีของเบน แกรมอย่างเหนียวแน่น เขาเลือกลงทุนในหุ้นก้นบุหรี่ ซึ่งหมายถึง หุ้นที่มีราคาต่ำกว่าสินทรัพย์ของบริษัทอย่างมากเสียจน ซื้อแล้วแทบไม่มีอะไรจะเสียได้อีกแล้ว

แต่ต่อมา เขาก็ค้นพบว่า ที่จริงแล้ว ธุรกิจจะมีบางสิ่งที่จับต้องไม่ได้ แต่มีค่ามากมายกว่าสินทรัพย์ในงบดุล เป็นอย่างมาก เขาเรียกมันว่า Franchise Value หลังจากนั้น วอเรน ก็เริ่มลงทุนด้วยการค้นหาบริษัทที่มี Franchise Value เป็นหลัก นี่เองที่เป็นจุดเปลี่ยนที่ทำให้ผลตอบแทนของวอเรนในช่วงหลัง แซงหน้าเบนจามิน แกรม อย่างมีนัยสำคัญ

ในช่วงนี้ เขายังได้ศึกษาแนวการลงทุนของ Philip Fisher อีกด้วย ซึ่งเน้นให้ลงทุนในธุรกิจที่มีอนาคตที่ยาวไกล และให้ความสำคัญกับการประเมินคุณภาพของผู้บริหารเป็นอย่างยิ่ง ทำให้วอเรน เริ่มมีแนวการลงทุนเป็นของตนเอง ซึ่งเขาบอกว่า เป็นการผสมแนวของแกรมและฟิชเชอร์ในสัดส่วน 70:30

การลงทุนครั้งยิ่งใหญ่ที่สุดของเขาคือการใช้เงินจำนวนมากเข้าซื้อหุ้นโคล่าโคล่า ซึ่งวอเรนมองว่าเป็นกิจการที่มี Franchise Value คือ ตราสินค้าที่ไม่มีใครเทียบเคียงได้ เขาซื้อมันที่พีอีเรโชประมาณ 16 เท่า ซึ่งสูงกว่าพีอีตลาดในขณะนั้นถึงเกือบสองเท่าตัว แต่หลังจากนั้น บริษัทโคล่าโคล่าก็มีอัตราการเติบโตของกำไรที่อย่างต่อเนื่องยาวนานหลายปี ขยายกิจการไปทั่วโลก ทำให้มันมีมูลค่าเพิ่มขึ้นอย่างมากมาย

หุ้นโคล่าเคยมีราคาสูงสุดในช่วงปี 2000 ที่ตลาดหุ้นสหรัฐฯ บูมสุดขีด ซึ่งทำให้หุ้นของวอเรนมีมูลค่าตลาดสูงกว่าต้นทุนที่ซื้อมามากถึง 16 เท่าตัว ก่อนที่จะถอยกลับลงมาเหลือประมาณ 9 เท่าตัวในปัจจุบัน แม้จะตกลงมามาก แต่เพราะกำไรที่เพิ่มขึ้นได้อย่างต่อเนื่องเป็นระยะเวลาติดต่อกันที่ยาวนานมากในช่วงระยะเวลาหนึ่งหลังจากบัฟเฟตเข้าลงทุน ทุกวันนี้แม้ว่าโค้กจะไม่เติบโตมากเท่ากับสมัยก่อน แต่หุ้นโค้กก็ยังให้เงินปันผลแก่เขา ปีละประมาณถึง 1/3 ของต้นทุนที่เขาได้ลงทุนไปทุกๆ ปี

 

Posted by 1001ii at 6:50 AM in 1001 Investment Ideas

 

Comment: terati20 at Thu, 29 Oct 7:20 AM

Buffet ได้เปรียบรายย่อยทั่วๆไปหลายอย่างทีเดียว ในหนังสือ Even Buffet is not perfect
เช่น Buffet สามารถถือหุ้นใหญ่จนเข้าไปมีอำนาจบริหารได้ จนสามารถเเก้ไขปัญหาบริษัทได้เอง

Buffet เหมือน Brand ไปเเล้ว บริษัทไหนก็อยากให้เขาไปถือหุ้น ตอน บริษัทการเงินในอเมริกาเกิดวิกฤติ Buffet ก็ได้ Prefered stockในเงื่อนไขที่ดีมาก

เเต่เเนวทางการลงทุนของเเกก็ยังน่านำมาใช้เเละ เข้าใจง่ายดีตรับ

Comment: skakaisorn at Thu, 29 Oct 1:10 PM

ให้แนวคิดได้ดีมากๆครับ

Comment: skakaisorn at Thu, 29 Oct 1:12 PM

ขอบคุณครับสำหรับคำแนะนำ

Comment: skakaisorn at Thu, 29 Oct 1:16 PM

Thank you for information

Comment: s_s at Thu, 29 Oct 10:06 PM

ไม่เกี่ยวกับหุ้น สงสัยว่านึกอย่างงัยถึงเปลี่ยนรูปหรือคับ เหอๆ

ในบรรดานักลงทุนชอบpeter lynchที่สุดๆ

Comment: 1001ii at Fri, 30 Oct 6:20 AM

ทางเซ็ตเทรดเขาต้องการ renovate หน้าเวบก็เลยขอรูปใหม่ ประมาณนั้น

Comment: 1001ii at Fri, 30 Oct 10:38 AM

เห็นด้วยกับคุณ terati ว่า การลงทุนที่มี control มีข้อได้เปรียบครับ เพราะถ้าตัดสินใจลงทุนผิดพลาด ก็ยังสามารถผลักดันให้กลายเป็นถูกได้ ด้วยการเข้าไปปรับการบริหารงานใหม่ ต่างกับนักลงทุนรายย่อยที่ต้องภาวนาว่าผู้บริหารจะทำเพือประโยชน์สูงสุดของบริษัทอย่างเต็มความสามารถ

@skakaisorn
เรื่องของบัฟเฟตนี้คนอ่านกันมาเยอะแล้ว ก็เลยพยายามสอดแทรกอะไรไว้ตรงระหว่างบรรทัด ดีใจที่มีคนอ่านเจอ

Comment: Richy at Fri, 30 Oct 11:23 AM

VI ที่ประสบความสำเร็จในประเทศไทยก็มีเยอาะ ที่เห็นกันชัดๆคนนึงก็ ดร. นิเวศน์ ที่ยึดแนวทางของปรมาจารย์อย่าง เบน แกรม แล้วก็ บัฟเฟต์ เอามาประยุกต์ใช้ แล้วก็สร้างไสตล์การลงทุนของตัวเอง ... ซึ่งแต่ละคนก็มีไสตล์การลงทุนเป็นของตัวเองไม่เหมือนกัน แต่จุดหมายของนักลงทุนไม่ว่าจะเป็นนักลงทุนแบบไหน มีจุดหมายเดียวกัน คือ ผลตอบแทนจากการลงทุน ทั้งจากกำไรจากส่วนต่างราคา และ ปันผล

Comment: terati20 at Fri, 30 Oct 5:16 PM

อาจารย์ลองหาดูหน่อยสิว่า Buffet เคยเป็น Speculator เเละ Arbitrage ที่มีผลงานเด่นๆบ้างไหม เเละเเนวคิดลงทุนประเภทนี้เป็นอย่างไร

Comment: 1001ii at Fri, 30 Oct 5:22 PM

อาบริทาจจำได้ว่าเคยอ่านเจอนะครับ ในหนังสือ the buffet way ของฮักสตรอม

Comment: SunShine@Night at Sat, 31 Oct 12:06 AM

อะไรไว้ตรงระหว่างบรรทัด คืออะไรเหรอครับ

Comment: Richy at Mon, 2 Nov 9:56 AM

ระหว่างบรรทัดก็

ในช่วงแรก วอเรนยึดมั่นในวิธีของเบน แกรมอย่างเหนียวแน่น เขาเลือกลงทุนในหุ้นก้นบุหรี่ ซึ่งหมายถึง หุ้นที่มีราคาต่ำกว่าสินทรัพย์ของบริษัทอย่างมากเสียจน ซื้อแล้วแทบไม่มีอะไรจะเสียได้อีกแล้ว

แต่ต่อมา เขาก็ค้นพบว่า ที่จริงแล้ว ธุรกิจจะมีบางสิ่งที่จับต้องไม่ได้ แต่มีค่ามากกว่าสินทรัพย์ถาวร เช่น เครื่องจักร หรือสินค้าคงคลัง ของบริษัท เป็นอย่างมาก เขาเรียกมันว่า Franchise Value หลังจากนั้น วอเรน ก็เริ่มลงทุนด้วยการค้นหาบริษัทที่มี Franchise Value เป็นหลัก นี่เองที่เป็นจุดเปลี่ยนที่ทำให้ผลตอบแทนของวอเรนในช่วงหลัง แซงหน้าเบนจามิน แกรม อย่างมีนัยสำคัญ

หุ้นบางตัวถึงจะมีค่า PE ที่สูงลิบลับ และสูงกว่าตลาด แต่ไม่ได้หมายความว่าหุ้นตัวนั้นแพง ไม่น่าลงทุน สาเหตุที่มันมีค่า PE ที่สูง อาจเป็นเพราะมันมีมูลค่าที่จับต้องไม่ได้ มีชื่อเสียง มีคุณค่าในตัวมันเอง ที่เห็นชัดๆในอเมริกาก็ หุ้นไมโครซอฟต์ โคคา โคล่า ฯลฯ ... ในเมืองไทยอาจจะหากิจการที่กำไรเติบโตแบบยั่งยืนถึงขนาดว่าถือได้ยาวตลอดชีวิตอย่างโคคา-โคล่าได้ยาก แต่ก็ใช่ว่าจะไม่มีธุรกิจที่มีตราแบรนด์ที่แข็งแกร่งเลย ห้างสรรพสินค้า เครือเซ็นทรัล CPN ก็เป็นแบรนด์ที่ดีเยี่ยมตัวนึง ที่คนในตลาดเทรดมันที่ PE สูงประมาณ 20- 30 เท่ามาโดยตลอดในช่วงปีหลังๆมานี้ครับ

Comment: Saran at Mon, 2 Nov 11:47 AM

ขอถามความเห็นครับว่า
ลักษณะการลงทุนในหุ้นก้นบุหรี่ กับการลงทุนในหุ้น PE, BV ต่ำๆ มันต่างกันไหมและคิดว่าการลงทุนแนวนี้ยังใช้ได้อยู่หรือป่าวครับในปัจจุบัน

Comment: 1001ii at Mon, 2 Nov 3:34 PM

ถ้าคุณ Saran สนใจวิธีนั้นจริงๆ ผมก็ไม่ได้ห้ามครับ

เพียงแต่ว่าต้องคำนึงถึงความเป็นจริงในสภาพปัจจุบันที่ตลาดทุนเปลี่ยนแปลงไปจากเมื่อ 70 ปีที่แล้วด้วย

ประการแรก ตลาดทุนทุกวันนี้ตกอยู่ในสภาวะสภาพคล่องล้นอย่างเรื้อรัง โอกาสที่หุ้นจะมีราคาต่ำกว่า net current asset ได้นั้นจะมีน้อยมาก ดังนั้น การลงทุนด้วยวิธีนี้จะต้องรอคอยอย่างอดทนมากๆ หลายๆ ปีอาจจะมีหุ้นให้ซื้อสักหนึ่งตัว

ประการที่สอง แม้จะมีหุ้นให้ซื้อ แต่หุ้นส่วนใหญ่ที่ราคาลงไปได้มากขนาดนั้นมักจะต้องเป็นหุ้นที่มีพื้นฐานที่อ่อนแอมาก หุ้นดีๆ ส่วนใหญ่ต่อให้ลงแรงๆ ก็ยังลงไปไม่ถึง ดังนั้น การลงทุนด้วยวิธีนี้มักบังคับให้เราซื้อหุ้นพื้นฐานไม่ดี (แต่ราคาถูก) เก็บเข้าพอร์ตเป็นส่วนใหญ่ จึงควรจะต้องมีวิธีการลดความเสี่ยงอย่างอื่นเพิ่มเติมด้วย เพราะหุ้นไม่ดีนั้นมีโอกาสจะลง"ถาวร"ได้มาก ซึ่งถ้าเป็นแบบนั้น แม้ว่าจะซื้อได้ถูกมาก ก็ไม่ช่วย

Comment: Saran at Tue, 3 Nov 11:14 AM

จริงอย่างที่คุณสุมาอี้กล่าวไว้
ปัจจุบันข้อมูลข่าวสารสามารถรับรู้กันได้อย่างรวดเร็ว แค่มี computer เครื่องเดียวก็สามารถหา net current asset ได้ไม่ยากด้วย

ขอบคุณสำหรับความเห็นครับ ^^
พอดีตอนนี้สนใจหุ้นกลุ่มโรงแรมครับ แต่มันเข้าข่ายแค่ bv ต่ำอย่างเดียว แหะๆ

Comment: หมีหัวโต at Fri, 6 Nov 8:47 PM

มาวันนี้การลงทุนครั้งยิ่งใหญ่ที่สุดของ วอเรน บัฟเฟต คงเป็นการเข้าซื้อ Burlington Northern แล้วครับ อยากรู้จริงๆว่าปู่แกเห็นอะไรดีในบริษัทนี้

Comment: 1001ii at Sun, 8 Nov 2:35 PM

ปี 2014 ส่วนต่อขยายคลองปานามาจะเสร็จ จะทำให้มีเรือสินค้าหันมาขึ้นสินค้าที่นำเข้าจากจีน ที่ Houston เพื่อลำเลียงไปทั่วสหรัฐฯ และ Burlington จะได้รับประโยชน์จากตรงนี้ไปเต็มๆ ครับ

Comment: หมีหัวโต at Sun, 22 Nov 9:18 PM

เรื่องส่วนต่อขยายคลองปานามาจะเสร็จในปี 2014 ก็เป็นเรื่องที่คนทั่วไปก็ทราบกันนิครับ ราคาหุ้นก็น่าจะ discount เรื่องนี้ไปเรียบร้อยแล้ว ผมไม่ได้ตามราคาหุ้นตัวนี้เลยไม่ทราบเหมือนกันว่า ราคานี้ถูกแพงอย่างไร ทราบแต่ว่าราคาที่ปู่แกซื้อก็ไม่ได้ถูกเลยนะ

Comment: 1001ii at Mon, 23 Nov 7:44 AM

บัฟเฟตซื้อตัวนี้ไปเมื่อหลายปีก่อนแล้ว ครั้งนี้เป็นการซื้อเพิ่มหนักๆ หลังจากที่ได้เข้าไปตรวจสอบภายในอย่างละเอียดในฐานะผู้ถือหุ้นแล้ว

พอจะจะได้ว่าพีอีตอนที่บัฟเฟตซื้อครั้งแรกแถวๆ สิบหกเท่า เวลานี้ประมาณสิบแปดเท่า ถ้าเทียบกับกำไรปัจจุบันก็คงไม่ถูกไม่แพง แต่ถ้าเทียบกับกำไรในอนาคตที่น่าจะเปลี่ยนไปอย่างมีนัยสำคัญ ถือว่ายังน่าสนใจ

เวลาน้ำมันแพง รถไฟจะได้เปรียบรถ Trailer ประมาณสี่เท่า เนื่องจากความประหยัดพลังงาน คิดว่าบัฟเฟตน่าจะยังคง bullish เกี่ยวกับน้ำมันอยู่ เพราะรายงานการซื้อขายล่าสุดก็ยังซื้อหุ้นน้ำมันเพิ่มอีก

Your comment:

(not displayed)
Code:
 
 
 

Live Comment Preview:

 
« October »
SunMonTueWedThuFriSat
    123
45678910
11121314151617
18192021222324
25262728293031