Friday, 7 August 2009

0115: Mr.Soros and his Reflexivity

« 0114: หนังสือ 50 ไอเดียการลงทุนในตลาดหุ้นไทย | Main | 0116: the crash of 1907 »

 

จอร์จ โซรอส มีแนวคิดว่าตลาดหุ้นทำงานอย่างไรที่ค่อนข้างแตกต่างจากคนอื่น เขาเรียกโมเดลของเขาว่า Reflexivity...

โซรอสมองว่าในตลาดหุ้นจะมีความลำเอียงหลักของตลาดอยู่เสมอ นักลงทุนแต่ละคนต่างมีความลำเอียงเป็นของตัวเองซึ่งแรงซื้อแรงขายจะทำให้ความลำเอียงเหล่านั้นหักล้างกันไปส่วนหนึ่ง แต่ไม่ว่าจะหักล้างกันยังไงก็จะยังเหลือความลำเอียงส่วนหนึ่ง ที่หักล้างไม่หมดและกลายเป็นความลำเอียงหลักที่ครอบงำทั้งตลาดในขณะนั้นๆ อยู่ ความลำเอียงหลักทำให้ตลาดไม่เคยอยู่ที่จุดสมดุล มีแต่มากไปกับน้อยไป ราคาหุ้นจะเคลื่อนตัวไปตามแนวโน้มที่แท้จริงของมันซึ่งขึ้นอยู่กับปัจจัยพื้นฐานบวกด้วยความลำเอียงหลักที่ทำให้ราคาหุ้นขึ้นหรือลง มากหรือน้อยกว่าที่ควรจะเป็นตามปัจจัยพื้นฐาน

แต่แค่นั้นยังไม่พอ การเปลี่ยนแปลงของราคาหุ้นที่เกิดขึ้นจะย้อนกลับมามีอิทธิพลกับแนวโน้มที่แท้จริงและความลำเอียงหลักอีกที ทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างแนวโน้มที่แท้จริงกับ ความลำเอียงหลักที่มีต่อราคาหุ้น ไม่ใช่ความสัมพันธ์แบบทางเดียว แต่เป็นความสัมพันธ์แบบสองทิศทาง พูดง่ายๆ ก็คือ ยิ่งราคาหุ้นขึ้น ความลำเอียงของตลาดว่าหุ้นขึ้นจะยิ่งมากขึ้น และทำให้ราคาหุ้นยิ่งขึ้นต่อไปอีก การที่มุมมองของนักลงทุนส่งผลต่อราคาหุ้นแล้วทำให้ราคาหุ้นกลับมาส่งผลต่อมุมมองของนักลงทุนอีกทีนี้เองที่โซรอสเรียกว่า Reflexivity ในตลาดหุ้น ปฏิสัมพันธ์แบบสองทางนี้ทำให้การทำนายราคาหุ้นเป็นเรื่องที่ทำได้ยากมาก

ถ้าเรามีสมมติฐานเกี่ยวกับกลไกในตลาดหุ้นว่าเป็นแบบนี้ เมื่อใดที่มุมมองของนักลงทุนกับการเปลี่ยนแปลงของราคาหุ้นมีลักษณะส่งเสริมกันเอง เมื่อนั้นราคาหุ้นจะวิ่งออกจากปัจจัยพื้นฐานออกไปเรื่อยๆ ทำให้เกิดฟองสบู่ และจะเป็นเช่นนั้นอยู่จนกว่าพวกมันจะขัดขากันเองซึ่งจะทำให้เกิด market correction ขึ้น ตลาดหุ้นจึงมีแนวโน้มที่จะมี boom และ burst อยู่ร่ำไป แทนที่จะพยายามวิ่งเข้าสู่จุดสมดุลเองตลอดเวลาเหมือนอย่างที่ทฤษฏีทางการเงินบอกไว้ และกลยุทธ์ของโซรอสก็คือการพยายามทำกำไรจาก boom และ burst เหล่านี้

โซรอสบอกว่าพวก neoclassical คิดถูกที่เชื่อว่าตลาดเสรีดีที่สุด แต่ผิดตรงที่เชื่อว่าตลาดเสรีมีเสถียรภาพ ส่วนพวก keynesians นั้นผิดตรงที่เชื่อว่า การแทรกแซงโดยรัฐฯ จะช่วยสร้างเสถียรภาพได้ โซรอสเชื่อว่านั่นจะยิ่งทำให้สถานการณ์เลวร้ายลง ตลาด unstable อยู่แล้วโดยธรรมชาติและไม่มีอะไรที่จะเปลี่ยนมันได้

แนวคิดที่สำคัญมากของ Reflexivity คือ ราคาหุ้นส่งอิทธิพลต่อปัจจัยพื้นฐานได้ด้วย ไม่ใช่ปัจจัยพื้นฐานส่งผลต่อราคาหุ้นอย่างเดียว เช่น บริษัทที่ใช้ M&A เป็นกลยุทธ์ในการเติบโต ถ้าราคาหุ้นของบริษัทสูงลิ่ว บริษัทย่อมสามารถระดมทุนได้ในราคาต่ำ ทำให้มีเงินต้นทุนต่ำมาซื้อกิจการ ซึ่งจะยิ่งทำให้กำไรเติบโตได้ง่ายขึ้น หรือในช่วงเวลาที่ตลาดอสังหาตกต่ำ ถ้าอยู่ดีๆ ตลาดหุ้นขึ้นแรงเนื่องจากตลาดเก็งล่วงหน้าว่าอสังหากำลังจะฟื้นทั้งที่ยังไม่มีสัญญาณใดๆ เลยที่ทำให้เชื่อได้ว่าอสังหากำลังจะฟื้น แต่ถ้าตลาดหุ้นยังขึ้นต่อไปเรื่อยๆ  ความมั่งคั่งของคนในตลาดย่อมเพิ่มขึ้น ที่สุดแล้วก็จะทำให้มีคนมีสภาพคล่องมาช้อนซื้ออสังหาราคาถูก ทำให้ตลาดอสังหาฟื้นได้จริง เป็นต้น    

โซรอสเป็นนักเก็งกำไร ประเภท Global Macro เขาเชื่อว่า การเข้าใจปัจจัยพื้นฐานนั้นเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้ แต่ว่ายังไม่เพียงพอ การมองตลาดแบบ Reflexivity คือสิ่งที่มาช่วยเติมเต็มการวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐานในส่วนที่ยังบกพร่องอยู่ เพราะนักลงทุนไม่มีวันเข้าใจปัจจัยพื้นฐานได้ครบถ้วน จึงจำเป็นต้องอาศัยการสังเกตจากตลาดในส่วนที่เรายังไม่รู้ด้วย แต่เดิมโซรอสอาศัยปัจจัยพื้นฐานและ Reflexivity ในการทำกำไรจากหุ้นเป็นรายตัว แต่ต่อมาเขาก็เริ่มหันมาหากำไรจากการมองทั้งตลาดแทน เพราะเขามองว่าตัวเขาเองมีความสามารถจำกัดในการทำความเข้าใจอุตสาหกรรมหลายอุตสาหกรรมให้ได้แบบลึกซึ้งอยู่ ในขณะที่เขาสามารถทำความเข้าใจกับระบบเศรษฐกิจและการเงินได้ดีมากกว่า และนั่นก็ได้ทำให้เขาค้นพบแนวทางที่เขามีพรสวรรค์อย่างยิ่งในที่สุด

Posted by 1001ii at 10:19 AM in 1001 Investment Ideas

 

[Trackback URL for this entry]

Comment: Phat at Fri, 7 Aug 11:42 AM

อะไรทำให้ Boom เปลี่ยนเป็น Bust แล้ว

Reflexivity ใช้หาจุดเปลี่ยนได้หรือเปล่า

Comment: Isamu at Fri, 7 Aug 12:31 PM

ขอบคุณพี่มากเลยครับ ผมกำลังอยากรู้พอดี
ผมว่าหลักการนี้ก็เข้ากับหลักธรรมในพุทธศาสนานะครับ สาธุ

Comment: izac44 at Fri, 7 Aug 6:54 PM

ดูเหมือนเซียนๆ เค้าจะรู้ตัวเองตลอดว่า เค้ารู้อะไร และไม่รู้อะไร และใช้ข้อได้เปรียบนั้นให้เกิดประโยชน์นะครับ

Comment: nawakkap at Sat, 8 Aug 11:06 AM

ขอบคุณครับ

Comment: Someone at Sat, 8 Aug 3:53 PM

Thank so much!

Comment: มวยวัด at Sat, 8 Aug 7:46 PM

เป็นครั้งแรก ที่อ่านแนวทุนการลงทุนของโซรอสรู้เรื่อง

พี่ไม่ได้เป็นคนแรกที่พยายามอธิบายการลงทุนของโซรอส

แต่พี่เป็นคนแรกที่อธิบายออกมา ให้ทุกคนได้เข้าใจได้อย่างง่ายดาย สุดยอดครับ

(อ่านของพี่มัดเล่ย์ตั้งหลายที่ ไม่รู้เรื่องเลย)
(แซวเล่นนะพี่)

สมกับที่เป็นนักเขียนมือทองจริง ๆครับ

(รออุดหนุนอยู่ทุกเล่ม)

Comment: 1001ii at Sun, 9 Aug 9:41 AM

จริงครับ Max ผมสังเกตว่า นักลงทุนระดับตำนานทุกคนจะมีความสามารถอย่างหนึ่งที่เหนือกว่านักลงทุนระดับธรรมดาคือ ความสามารถในการมองเห็นจุดอ่อนของตัวเอง

Comment: 1001ii at Sun, 9 Aug 9:57 AM

@Phat

เรื่องเมื่อไรเป็นจุดเปลี่ยนนั้น ผมคิดว่าโซรอสเขาพิจารณาเป็นกรณีๆ ไป ไม่ได้มีกฏอะไรที่กดปุ่มรู้ได้เลย

ลองสังเกตมุมมองของโซรอส ช่วงที่น้ำมันแตะ 130 เหรียญทำให้ทุกคนเชื่อว่าน้ำมันจะไป 200 เหรียญได้ในที่สุด แต่เขากลับออกมาบอกว่าเป็น bubble แล้ว
http://www.telegraph.co.uk/finance/newsbysector/banksandfinance/2790539/George-Soros-rocketing-oil-price-is-a-bubble.html
มีอะไรหลายอย่างที่น่าสนใจในการให้เหตุผลของเขา

Comment: จอน at Thu, 13 Aug 9:06 PM

Reflexivity กำลังจะระบุว่า ไก่เกิดก่อนไข่ หรือปล่าวครับ

Comment: 1001ii at Fri, 14 Aug 1:33 PM

ประมาณว่า ไก่ให้กำเนิดไข่ และไข่ให้กำเนิดไก่ ถูกทั้งสองอย่าง

Comment: thank you at Sat, 15 Aug 3:04 PM

thank you

Comment: Superj35 at Mon, 17 Aug 11:32 AM

เห็นว่าพี่สุมาอี้เป็นคนที่ชอบกลยุทธทางธุรกิจ และเป็นคนที่ชอบอ่านหนังสือมาก ไม่ทราบว่ามีหนังสือเล่มไหนทีเกี่ยวกับกลยุทธทางธุรกิจที่พอจะแนะนำได้บ้างครับ

ขอบคุณมากครับ

Jay

Comment: จอน at Mon, 17 Aug 7:14 PM

ขอบคุณครับ
คุณสุมาอี้ เคยสนใจ เรื่องการลงทุนแบบ technical บ้างหรือปล่าวครับ ว่างๆรบกวนเขียนให้อ่านกันบ้างนะครับ

Comment: koh at Tue, 18 Aug 8:34 AM

เห็นว่าพี่สุมาอี้เป็นคนที่ชอบกลยุทธทางธุรกิจ และเป็นคนที่ชอบอ่านหนังสือมาก ไม่ทราบว่ามีหนังสือเล่มไหนทีเกี่ยวกับกลยุทธทางธุรกิจที่พอจะแนะนำได้บ้างครับ

ขอบคุณมากครับ

Jay


ไม่ทราบว่าเคยอ่านหนังสือของคุณสุมาอี้ เล่มนี้หรือครับ
ชื่อ มหัศจรรย์แห่งกลยุทธ์ทางธุรกิจ
ในหนังสือพูดถึงเรื่องกลยุทธทางธุรกิจต่างๆแบบย่อๆได้ดีทีเดียวเลยครับ

Comment: 1001ii at Tue, 18 Aug 1:51 PM

หนังสือเกี่ยวกับ strategic management ที่ผมเคยอ่าน ยังไม่มีเล่มไหนที่ถึงกับปิ๊งครับ ส่วนใหญ่ผมอ่านแล้วชอบเป็นพวก case หรือว่าเป็น paper สั้นๆ ที่เขียนโดยปรมาจารย์ทางด้านนี้หลายๆ คน

Comment: bob at Tue, 18 Aug 4:39 PM

ผมสงสัยมานานแล้วว่าทำไมในเมื่อ return ของ soros มากกว่า buffet แล้วทำไม soros จึงไม่รวยเกินหน้า buffet ล่ะครับ

Comment: bob at Tue, 18 Aug 4:50 PM

ผมสงสัยมานานแล้วครับว่าทำไมในเมือ soros มี return มากกว่า buffet เป็นระยะเวลายาวนาน แล้วทำไมถึงไม่ได้จัดอันดับให้เหนือ buffet ครับ

Comment: 1001ii at Wed, 19 Aug 1:30 PM

ระยะเวลาลงทุนของ soros ยังน้อยกว่า buffett อยู่ครับ และเข้าใจว่าจำนวนเงินเริ่มต้นคงจะไม่เท่ากันด้วย

Comment: ton at Wed, 19 Aug 9:55 PM

เราทุกคนล้วนกระทำreflexivityกับเหตุการณ์รอบๆตัวอยู่ทุกวัน เช่น การคบเพื่อน การจีบผู้หญิง การมีส่วนร่วมทางการเมือง การลงทุน แต่เราเป็นเพียงส่วนหนึ่งของกิจกรรม ทำให้เราไม่สามารถเข้าใจเรื่องราวของกิจกรรมได้ครบทั้งหมด ดังนั้นผลจากการโต้ตอบไปมาระหว่างเรากับกิจกรรม จึงได้ผลลัพที่เราไม่ได้ต้องการไห้เกิดขึ้น(unintend consequen)กับเราและกิจกรรมนั้นซึ่งจะทำไห้เกิด โอกาสที่จะเกิดปัญหาขึ้นกับเราและกิจกรรมนั้น ในอนาคต boom and bust

Comment: Richy at Thu, 20 Aug 8:55 AM

พี่สุมาอี้ มีนักลงทุนคนไหนอยู่ในดวงใจครับ วอเรน บัฟเฟต์ รึป่าว หรือว่าคนอื่นๆ อย่างโซรอส, เนฟฟ์, มิลเนอร์, ลินช์ ฯลฯ

Comment: 1001ii at Thu, 20 Aug 2:30 PM

@ton

good point krub

@Richy

เลือกไม่ถูกเลยครับ บัฟเฟตคือคนจุดประกาย ลินซ์คือคนที่ผมเลียนแบบมากที่สุด ส่วนเนฟฟ์ วันก่อนผมเพิ่งอ่านกลยุทธ์การลงทุนของเขา แล้วช่างเหมือนกับวิธีของผมมาก

Comment: ton at Thu, 20 Aug 10:36 PM

ขอบคุณครับพี่สุมาอี้

Comment: Ginola at Mon, 24 Aug 11:50 AM

โซรอส ได้แนวคิดเรื่อง Reflexivity นี้มาจากไหนครับ หรือว่าคิดขึ้นเอง

Comment: ton at Mon, 24 Aug 10:20 PM

เขาประยุกต์จากแนวปรัชญาของ karl popper และได้ทำความเข้าใจอย่างลึกซึ้งต่องานเขียนเรื่อง the open society and its enemies ของ poper ซึ่งคือหัวใจของ reflexivity ของโซรอส {การเกิดขึ้นได้ของ closed society และกระบวนการเปลี่ยนผ่านไปสู่ open society}

Comment: Ginola at Mon, 18 Jan 1:09 PM

อยากทราบว่า ต่างชาติเก็บเงินบาทไว้ทำไมเหรอครับ เพราะพวกเขาก็ไม่เห็นต้องใช้เงินบาทภายในประเทศเขาเลย เวลาค้าขายก็ใช้เงินดอลล่าร์ แล้วเขาจะเก็บไว้ทำไมจำนวนเยอะๆ

Your comment:

(not displayed)
Code:
 
 
 

Live Comment Preview:

 
« August »
SunMonTueWedThuFriSat
      1
2345678
9101112131415
16171819202122
23242526272829
3031