หน้าหลัก > ชุมชนนักลงทุน > เว็บบอร์ด
เว็บบอร์ด : ห้องนักลงทุน | ห้อง TFEX | ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ | สมาชิกพิเศษ
 

กระทู้ถาม ข้อความ
โดยคุณ
ขอถามการถือหุ้นยาววว ครับ

คือว่า ผมจะซื้อหุ้น กลุ่มน้ำมันซัก 1 ตัว

ผมจะถือยาว ๆ ผมต้องทำอย่างไรบ้าง ครับ

ต้องคอยดูตัวเลขตลาดหุ้นทุกวันไหมครับ
หรือว่าไม่ต้องไปยุ่งอะไรเลย แบบว่า หุ้นตัวที่เราถือยาว ๆ กำลังตก เราต้องทำอย่างไรครับ เงินปันผลอะไรพวกนี้ก็จะเข้าบัญชีเองใช่ไหมครับ ช่วยให้ความรู้หน่อยนะครับ

แล้วอีกเรื่องครับบ
ถ้าเราถือยาว ซัก 1 ปีผ่านไปจะมีเงินปันผล อะไรบ้างหรือเปล่าครับ
เราไม่ต้องทำอะไรเลยใช่ปะครับ ถ้าถือหุ้น พื้นฐานดีแบบยาว ๆ

รบกวนช่วยไขข้อข้างใจหน่อยนะครับ
ขอยกตัวอย่างด้วยยิ่งดีมากเลยครับ
จะเปนความรู้มากแก่นักลงทุนใหม่อย่างผม ครับ

ขอบคุณครับบบ _/\_
เขียนเมื่อ : 17 Oct 2009 23:37:36     58.8.110.xxx

 


ความคิดเห็นที่ 1
เขียนเมื่อ : 18 Oct 2009 08:44:47     58.9.187.xxx
โดยคุณ
ถ้าลงทุนแบบ VI ก็ถืออย่างน้อย 3 ปีครับ ศึกษาบริษัท
อย่างดีมาก แล้วดูราคาถ้าคิดว่าราคาไม่แพงก็ซื้อได้เลย
ซื้อตอนตลาดแดงจะได้ถูก หากซื้อแล้วลงต่อก็ไม่ต้อง
ตกใจเพราะเราคิดว่าซื้อได้ถูกแล้ว
ไม่ต้องดูราคาหุ้นทุกวันครับ (รวยช้าครับแต่แน่นอนถ้าศึก
ษามาดี) แต่ต้องตามดูบริษัทบ้างครับ ถ้าแนวโน้มไม่ดีก็
ถอยออก สำหรับกลุ่มน้ำมันหาตัวที่ปันผลดีๆยากครับ ถ้าเล่นแบบนี้แนะนำเล่นกลุ่มอื่น เมื่อเงินปันผลจะเข้าบัญชี
พร้อมกับมีใบภาษีมาให้(ติดต่อกับโบรกไว้ครับ)
หาบริษัทที่ปันผลสัก 10% และเป็นบริษัทที่พื้นฐานดี ก็ลงทุนได้ครับ (ขอไม่ยกตัวอย่างครับ) เป้าหมายคือเติบโต 15-20% ต่อปี จากเงินปันผล 5-10% แล้วเผื่อราคาหุ้นเพิ่มตามพื้นฐานอีก 5-10%ครับ

ความคิดเห็นที่ 2
เขียนเมื่อ : 18 Oct 2009 09:22:37     58.8.109.xxx
โดยคุณ
จะถือยาว ก็ต้องเริ่มจากการเลือกหุ้นที่ดี มีพื้นฐาน มีปันผลพอสมควร หรือไม่ก็เป็นหุ้นที่กำลังเติบโต

ส่วนจะต้องติดตามหุ้นทุกวันไหม ก็จำเป็นเหมือนกัน แต่อาจดูแบบกว้างๆ ไม่ต้องเครียดกับมันมาก ดูแค่ว่ากิจการยังดำเนินการได้ปกติ สร้างกำไรอยู่ มีข่าวสารอะไรที่จะมากระทบกับตัวบริษัทที่ทำให้พื้นฐานบริษัทเปลี่ยนไปไหม กระทบแล้วเปลี่ยนในแง่ดี ก็ไม่ต้องทำอะไร หรืออาจจะซื้อเพิ่ม แต่ถ้ากระทบแง่ร้าย ท่านก็อาจต้องปรับพอร์ต ขายทิ้ง ในกรณีที่กระทบแล้วแย่เลย อีกนานหรือไม่รู้ว่าเมื่อไหร่จะกลับมาเหมือนเดิม

เรื่องเงินปันผล ก็อยู่ที่นโยบายบริษัทที่เราซื้อหุ้น ว่าเค้าจ่ายปีละ 1 ครัง หรือ ปีละ 2 ครั้ง บางบริษัทอาจจ่ายทุกไตรมาส(4ครั้งต่อปี)

ปล.เราเล่นหุ้น และเลือกถือระยะยาว ยังไงก็ควรใส่ใจกับมันนะครับ อย่าถึงกับทิ้งไปเลย ถ้าอย่างนั้นเราเอาเงินไปลงกองทุนรวมดีกว่า เพราะมีคนดูแลให้เรา เราอาจไม่ต้องใส่ใจมาดูเลยก็ได้
แต่การถือระยะยาว จะทำให้เรามองภาพที่กว้าง ไม่ต้องกังวลกับความผันผวนของตลาดหุ้น จะดูง่ายกว่าระยะสั้น

ความคิดเห็นที่ 3
เขียนเมื่อ : 18 Oct 2009 09:49:31     124.121.64.xxx
โดยคุณ
ทำใจได้เหรอ ซื้อแล้วแน่ใจนะว่ากล้าถือยาว ๆ ไม่หวั่นไหวต่อสิ่งใด ๆ ทั้งสิ้นได้ไหม...............

ความคิดเห็นที่ 4
เขียนเมื่อ : 18 Oct 2009 11:05:49     114.128.47.xxx
โดยคุณ
นั่งจิบกาแฟยามสายหน้าคอม

สวัสดีครับ เจ้าของกระทู้
อยากถือหุ้นยาวววววววววว (เลียนแบบ)
ถือได้หรือไม่ได้ ไม่ใช่เรื่องสำคัญครับ แต่ถ้าเราเป็นนักลงทุน ที่ต้องการลงทุนกับอะไรสักอย่างเพื่อให้ผลตอบแทนออกมาเป็นที่น่าพอใจ (มากกว่าเงินฝากธนาคาร+เงินเฟ้อ+ค่าความสามารถตน+ อื่นๆ) สุดจะบรรยาย เอาเป็นว่ามันมากพอที่จะทำให้เราเปลี่ยนแปลง บางสิงบางอย่างในชีวิตเราได้ ก็แล้วกัน ไม่อย่างนั้นจะทำไปทำไมให้มันเหนื่อย นังทอดกล้วยแขก ขายยังดีกว่า หน้าบ้านผม เองครับ ส่งเสียลูกจนจบป.ตรีทั้ง3 คน ซื้อบ้านอีกหนึ่งหลัง ล่าสุด ดีแม๊กเป็นรางวัลให้คุณพ่อของเขา ทั้งหมดนี้ด้วย กล้วยทอด เพียงหนึ่งแผง หนึ่งเตา ไม่มีวันหยุด
ดังนั้นถ้าเรายังทำไม่ได้เท่าเขา เราก็อย่าพึ่งเรียกตนเองว่านักลงทุนให้อาย แม่ค้ากล้วยทอดเลยครับ แถมจบสูงกว่าเขาอีกต่างหาก

ถ้าคุณเลือกที่จะลงทุนในหุ้น นั่นเป็นหน้าที่ของเรา ที่จะต้องเฟ้นหาหุ้นที่ให้ผลตอบแทนที่ค่อนข้างมาก ที่สุดในระยะเวลาที่ลงทุน และควรจะรู้ว่า มันมีนิสัยเช่นไร
ใช่ครับ การเป็นนลท เราต้องรู้ว่าผลตอบแทนที่จะได้รับ และรู้ระยะเวลาที่จะ exit plan (ออกจากการลงทุน) ว่าจะเมื่อไหร่ เพราะการถือครองหรือลงทุนยาวเกินไปนั่น ไม่ใช่เป้นเรื่องที่ดี อะไรนะหรือ
คนที่เรียนมาสาย บริหารหรือ การเงิน Eco คงรู้ดีว่า ทุกสิ่งทุกอย่าง มีระยะเริ่มต้น เติบโต รุ่งเรื่อง และเสื่อมถอย เป็นวงจรซ้ำซากอยู่อย่างนั้น เป้นร้อยปี พันปีมาแล้ว นี่ก็ขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายปัจจัย ยุคสมัย
แล้วถ้าเรา ไม่ดูตาม้าตาเรือ เข้าไปถือหุ้น เอาตอนที่ มันอยู่ในยุครุ่งเรือง (บ่อยและมีมาก) เข้าล่ะ นั่นมันหมายถึง มันพร้อมที่จะเข้าสู่ยุค(ช่วง)เวลาถดถอย ใช่ใหม มันก็ขาดทุน อยู่ร่ำไปเพราะเข้าลงทุน ในช่วงที่มืออาชีพเขารู้ว่า ถ้าถือต่อไปมันจะหมดรอบแล้ว ก็ออกข่าวว่าผลประกอบการปีที่จะออกมา มีกำไรเป็นบ้านเป็นหลัง ตามบทวิเคราะห์ (แมงเม่าชอบอ่าน) มันก็เข้าทาง เขา

ความคิดเห็นที่ 5
เขียนเมื่อ : 18 Oct 2009 11:28:33     114.128.47.xxx
โดยคุณ
แล้วปัจจุบันนี้ยังมีกลุ่มนักล่า ผลตอบแทนแบบมืออาชีพ ที่ปั้นราคาได้เก่ง เข้ามาทำให้ปัจจัยพื้นฐาน การคำนวน การคาดหมาย ทั้งหลาย กลายเป็นเรื่องฝันหวาน หรือ ชู้รักเรื่อล่ม(ปากอ่าว)อะไรทำนองนั้น เพราะกลุ่มนี้ ไม่สนปัจจัยพื้นฐาน ไม่สนอะไรทั้งนั้น มันต้องการเพียงเงิน คือ พวกฟัจน์โฟลว์ทั้งหลาย กลุ่มนี้ทำให้การคำนวน หรือความเป็นไปตามเสต็ปการลงทุน ผิดเพี้ยนไป อาจทำให้เราขาดทุน

ดังนั้น ถ้าเราเลือกที่จะลงทุนในหุ้น แล้วคิดจะถือให้ยาววววววววววววววววว แล้วล่ะก้อ ผมแนะนำให้เลือก ตัวลงทุนตัวอื่น ดีกว่าครับ ยังมีอีกหลายตัว ที่เข้าแนวทาง เช่น ที่ดินผืนงามๆหรือ ใจกลางย่าน ธุระกิจ หรืออสังหาริมทรัพย์ ย่านธุระกิจ ส่วนที่ดินกลางป่ากลางดอย หรือ บ้านนอก ชาญเมือง ผมไม่เรียกว่าการลงทุนนะครับ มันไม่ใช่ การลงทุน ยิ่งประเภทซื้อเสร็จแล้ว มานั่งฝันหวานว่าราคามันจะขึ้นไปอีกเท่าตัว ในระยะเวลาแย้มฝาโลง แล้วละก็ นั่นมันไม่ใช่มืออาชีพครับ เพราะกว่าที่เราจะใด้ผลตอบแทนมาเชิยชม หรือมาต่อยอด มันก็สายไปเสียแล้ว เพราะตัวคุณเองยังเอาสังขารไม่รอด
ดังนั้นการลงทุนที่ถูกต้อง สิ่งที่คุณลงทุนไปนั้น มันจะต้องให้ income แก่เราด้วย เพราะอย่างน้อย income +เงินเดือน ของคุณ มันก็ยังพอจะลงทุนตัวอื่ต่อไปได้อีก
ยังยังไม่หมดแค่นี้ แล้วราคาอสังหาริมทรัพย์ที่เราลงทุนไปนั้นมันยังมีมูลค่าเพิ่มขึ้นอีกทุกปีใช่ไหม มันก้เท่ากับว่าคุณยิงปืนนัดเดียว ได้นกสองตัว หรือเปล่า ยังหรอก มืออาชีพเขาได้นกห้าตัว แต่ตอนนี้คุณเอสองตัวให้ได้ก่อน
แล้วหุ้นที่เราเลือกลงทุนล่ะ เป็นแบบนี้หรือเปล่า หรือว่ามันเอาเงินคุณหายไปเรื่อยๆ โอ้........มายก๊อด แล้วคุณจะร่ำรวยได้อย่างไร เงินปันผลคุณได้ทุกเดือนหรือเปล่า ไม่อีก....... แล้วคุณจะลงทุนอะไรได้อีก ในเมื่อเงินคุณหมดแล้ว

ความคิดเห็นที่ 5.1
เขียนเมื่อ : 18 Oct 2009 11:37:05    114.128.47.xxx
โดยคุณ
วกเข้ามาเรื่องหุ้น เงินปันผลนะหรือ ลืมไปได้เลยครับ มันเป็นแค่ ขนมลูกเงิน หรือปันผลเป็นรางวัลปลอบใจของคนติดหุ้น ก็ว่าได้ ถ้ารเราคิดที่จะลงทุนในหุ้น เราต้องมุ่งไปที่ การเติบโตของราคาหุ้นเพียงอย่างเดียว บางตัวกำไร100% บางตัว 200% ตัว 300% มันมีจริงหรือ มีครับ และจริงด้วย แล้วเขาประสปความสำเร็จจากการ ถือยาวววววววววว ใช่ไหม
ผมอยากบอกคุณว่า ม่ายยยยยยยย ช่ายยยยยยยยย อ่ะ (เจ็บคอ) แค๊กๆๆๆ


อ่ะแฮ่ม ขากกกกกกกกก (ขออภัยเสียมารยาทผู้ดี)

ความคิดเห็นที่ 5.2
เขียนเมื่อ : 18 Oct 2009 11:41:38    114.128.47.xxx
โดยคุณ
ถึงไหนล่ะหว่า
อ้อ คือ นอกจากการเลือกตัวหุ้นที่จะมีราคาขยับขึ้นไปแล้ว (อย่างแน่นอนน่ะไม่ใช่เน่าแล้วเน่าอีก ราคาค้างปีอยู่นั้นแล้ว) เรายังต้องมีระยะเวลาที่จะลงทุนกับมันอีกด้วย และมีเป้าหมายที่จะ exit plan ที่จะออกจากแผนการลงทุน ว่าควรจะเมื่อไหร่ อีกด้วย เพราะไม่อย่างนั้น มันจะพาเรากลับไปที่เดิม ณะจุดเริ่มต้นใหม่
เก็ทหรือยัง ครับ
อ่ะ ผมมีเคส สตั๊ดดี๊

วัตถุประสงค์ ต้องการเงิน 100000 บาท ภายในหนึ่งปี เพื่อเอามาซื้อ ต้นยางพารา มาปลูก ในที่ดินของตน แล้วรอวันตัดต้นยางขายขาย โดยไม่สนใจเรื่องกรีดน้ำยาง และปุ๋ย (ถ้าไม่โดนฆ่าหมกสวนยางไปก่อน....ฮา)

เป้าหมาย เงิน 100000บาท ระยะเวลาลงทุน 1ปี
เลือก เครื่องมือ ให้ถึงเป้าหมาย โดยมีเงินทุนส่วนตัว 150000บาท
1) ลงทุนในหุ้น
2) ลงทุนในอสังหาริมทรัพย์
3) ทำงานเก็บเงิน
4) ขายกล้วยทอด
ถ้าเราเลือกอันที่1 คือ ลงทุนในหุ้น หุ้นคือเครื่องมือ(tool) ที่จะนำพาเราไปสู่เป้าหมาย คือเงิน100000 บาท เราก็ต้องศึกษา ถืงวิธีที่การใช้เครื่องมือนั้น เงินทุนล้านห้าจะ ใหนเราจะซื้อหุ้นอะไรที่จะให้ผลตอบแทนสักแสนบาทในระยะเวลาหนึ่งปี ซื้อตอนไหน ตอนนี้set เป็นขาขึ้น หรือขาลง ถ้าขึ้นจะขึ้นไปถึงไหน ถ้าลงมันใกล้จบแล้วหรือยัง ราคาเท่าไหร่ ผลตอบแทนในช่วงเวลาที่ถือครอง ควรจะเท่าใด นานแค่ไหน และจะออกจากplan เมื่อไหร่ ออกอย่างไร ในช่วงเวลาที่ลงทุนควรจะระวังเรื่องอะไร จะซื้อครั้งเดียว หรือซื้อ หลายครั้ง แล้วจะซื้อเพิ่ม จุดใหน นี่ นี่คือการศึกษาเครื่องมือที่เราเลือกที่จะ ให้มันทำเงินให้เรา เคยทำกันบ้างไหม หรือ ฟังแต่เขาว่า เขา ว่า และเขาว่า ใครก็ไม่รู้ พ่อก็ไม่ใช่ แม่ก็ไม่ใช่ ถ้าเราตอบคำถามเหล่านี้ไม่ได้ อย่าพึ่งซื้อ ให้กลับไปหาคำตอบใหม่ ถ้ายัง กลับไปทำอีก เพื่ออะไร ก้เพื่อเงินล้านห้า ของคุณ มีผลตอบแทนกลับมาอีกหนึ่งแสน ดดยที่ล้านห้าก็ยังอยู่ครบไม่ใช่หรือ

ความคิดเห็นที่ 5.3
เขียนเมื่อ : 18 Oct 2009 13:22:37    114.128.44.xxx
โดยคุณ
ถ้าเราเลือกข้อ 2
เป้าหมายของเราก็คือ ผลตอบแทน100000 บาท
เออ.........นายแบ็งก์ คนนึงบอกกับเราว่า มีอาซิ้ม แกเล่นไพ่เสียจนหมดตรูด จวนจะยึดอยู่แระ ติดหนี้อยู่เก้าแสน เอาออกมาก้ราวๆล้านสองแสน อุบ่ะ เข้าทาง อย่าพึ่งหัวเราะดิ
ผมกำลัง บอกว่าถ้าเราศึดษา ถึงวิธีการใช้คู่มือ เราจะมีวิธีการซื้อที่ถูกต้อง นี่คุณซื้อแล้วกำไรเลยนะ มีสักกี่อย่างกัน
ปล่อยให้คนอื่นงี่เง่าแย่งกันซื้อตึกแถวใหม่ ไปเถอะ นั่นมันราคาเกือบจะเพดานเลยนะ ขายไปก็ได้เศษเนื้อติดกระดูกให้เขาเช่าก็อีกกี่ปีกว่าจะคืนทุน
วกกลับมาที่ตึกแถวอาซิ้มใกล้ตลาดแถมคุณยังได้ค่าเช่าเป็นincomeอีกเดือนล่ะ8000บาท ก็ปีล่ะ96000 อุบ่ะ เข้าทาง
หลังจากนี้งานของคุณก็คือ นั่งกระดิกเท้ารอวันสิ้นเดือนอย่างมีความสุข ในขณะที่ คนอื่นสิ้นเดือนเหมือนสิ้นใจ ยังไม่พอมูลค่าของตึกแถวของอาซิ้มยังเพิ่มขึ้นทุกปีๆ จนกว่าคุณจะพอใจที่จะexit plan ออกจาตึกอาซิ่มนี้ ก็คือเรามีเป้าหมายใหม่ที่ดีกว่ามากกว่า
ผมเรียกตึกอาซิ้มนี้ว่า ฟอร์จูนเนอร์ v6-3000ก็แล้วกัน เจ้าฟอร์จูนเนอร์ ของผมเนี่ย มันทำเงินให้ผมปีล่ะ 96000 หรือมีเงินให้ผมไปนั่งแต๊ะจุ้ยในร้านกาแฟ เดือนล่ะ8000หรือมากกว่านั้น แล้วแต่ความสามารถคุณ ยังไม่พอแถมมันยังมีมูลค่าเพิ่มขึ้นทุกปีอีกต่างหาก
แล้ว ฟอร์จูนเนอร์ของคุณล่ะ
ปีๆนึงมันเอาค่าน้ำมันไปเท่าไหร่
คุณต้องปั่นเงินเป็นค่าผ่อนให้มันอีกเท่าไหร่
แถมไม่พอ มันยังสนองพระคุณให้เขานายมันด้วยการลดค่าตัวลง จากล้านสี่แสนเหลือ แปดแสน และเจ็ดแสนในปีถัดมา และต่อๆไป ถ้าคุณคิดว่าเอามันอยู่มือและความเท่ห์ที่กินไม่ได้ก็ตามสบาย
สำหรับผมแล้ว ฟอร์จูเนอร์สักสองหลัง คงผ่อนคัมรี่ให้ผมได้คันนึงในขณะที่ ผมยังนั่งกระดิกเท้าอยู่
แล้วระยะเวลาถือครองล่ะ มันก็อยู่ที่เงื่นไขของเรา ว่าเราพอใจที่จะถือครองนานเท่าใด้ เพดานมันอยู่ตรงไหน และ โอกาศการลงทุนที่ดีกว่า ได้เงินมากว่ามันมาอยู่ตรงหน้าหรือเปล่า

ความคิดเห็นที่ 5.4
เขียนเมื่อ : 18 Oct 2009 13:33:56    114.128.44.xxx
โดยคุณ
ส่วนข้อที่3และ4 ผมไม่มีความเห็นให้ เพราะรู้ๆกันอยู่
ว่าการออมเงินไม่ใช่การลงทุน
ไม่ว่าเราจะลงทุนกับอะไร
เราต้องตอบให้ได้ว่ามันได้ผลตอบแทนจริงไหม
เท่าไหร่
คู่มือในการใช้งานเป็นอย่างไร
มีข้อควรระวังอะไร
และมีระยะเวลา ลงทุนนานเท่าได
จะออกจากแผนการลงทุนแบบไหน เมื่อไหร่
สุดท้าย คุณลงทุนไปเพื่ออะไร
ถ้าตอบไม่ได้ กลับไปทำไหม่ครับ มันก็แค่เสียเวลา
หรือคุณยอมเสียเงิน ในการที่จะลองผิดลองถูก
เงินคุณมีมากพอใหม
ผมใบ้ให้ข้อนึง
ว่าเราลงทุนไปเพื่ออะไร
เราลงทุนไปเพื่อ ให้มันเกิดความมั่นคงขึ้นมาในชีวิตของเราไงล่ะครับ ดังนั้น คุณจงมองหาการลงทุนที่ทำให้คุณเกิดความมั่นคงขึ้นมาในชีวิต ให้ได้ นี่คือสิ่งที่ถูกต้อง และเมื่อคุณมาถูกทาง ความร่ำรวยจะตามคุณมา มันไม่มาได้อย่างไรเมื่อในพอร์ตของคุณมันมีแต่ได้กับได้ ในขณะที่คนอื่นมีแต่สร้างรายจ่าและจ่ายให้ตัวเอง ทั้งบ้าน รถยนต์ บัตรเครดิด ท่องเที่ยว อาหารหรูๆ ใช้ตัวเองปั่นเงินทั้งนั้น เหมือนหนูขาววิ่งในวงล้อปั่นด้ายประมาณนั้น ไม่ปั่นก็ไม่ได้

ความคิดเห็นที่ 5.5
เขียนเมื่อ : 18 Oct 2009 14:06:29    114.128.44.xxx
โดยคุณ
ถ้าคุณเลือกที่จะลงทุนในหุ้นกลุ่มน้ำมัน
คุณต้องตอบให้ได้ว่า
- วงจรของหุ้นน้ำมันขึ้นลง เวลาใหน
- มีหุ้นตัวใหนที่ให้ผลตอบแทนมากที่สุดในกลุ่มน้ำมัน(ราคาจากจุดซื้อ ไปจนออกจากแผนการลงทุนในระยะเวลาที่เท่ากัน)
- สภาพคล่อง ในการเข้า และออก จากหุ้นตัวนั้น
- มันมีระยะเวลาลงทุนนานแค่ไหน(รอบ)
- ตอนที่เข้าซื้อ มันควรจะเป็นจุดสิ้นสุดขาลง เพื่อพร้อมที่จะขึ้นอีกครั้ง หรือเป็นช่วงเวลาเติบโตช่วงต้นๆ ไม่ใช่เวลาที่เขาจะปล่อยของกันแล้ว ถึงเข้าไปถือ โดยอ่านบทวิเคราะห์ล้วนๆ
- เวลาภาพรวมของเศรฐกิจมันเป็นขาขึ้น หรือ ซบเซา
- อะไรทำให้หุ้นน้ำมัน ราคาขยับขึ้น ศ.กใช่ไหม หรือ การไหลเข้ามาของกระแสเงินจากพวกฟัจน์โฟลว์จะมาเมื่อไหร่ อะไรเป้นตัวบอกการไหลเข้า-ออกของเงินเหล่านี้ การดูหุ้นโดยดูราคาพื้นฐานอย่างเดียวทำให้ หลายคนอด ไปหลายรอบแล้วนะครับ เราต้องดูความเป็นไปได้ว่าจะขยับขึ้นต่อ หรือ พอแล้ว นี่แค่เบื้องต้นเท่านั้น เพราะเครื่องมือที่คุณเลือกลงทุน คู่มือมันบอกว่าคุณนั่งกระดิกเท้าไม่ได้ หรือแช่ไว้ยาววววววววววววววเหมือนที่ดินหรืออสังหาริมทรัพย์ ไม่ได้ ครับ เราต้องเข้าใจถึงวิธีการใช้งานมัน ตอนนี้มันมีฟัจน์โฟลลว์เข้ามา มันทำให้เราต้องเล่นเป้นรอบๆครับ ถ้าคุณคิดจะถือยาวๆและนั่งดุมันมีมูลค่าเพิ่มขึ้นๆๆ ไปเรื่อยๆ มันก้พอทำได้ แต่คุณต้องมีจุด พัก หรือเปลี่ยนเป็นเงินออกจากตลาดมา เพื่อลดความเสี่ยง แล้วพร้อมที่จะกลับเข้าไปใหม่เมื่อมัน เริ่มขยับขึ้นอีกครั้ง โดยที่จะต้องไม่เสียดาย การสูญเสีย เมื่อคุณออกมาก่อนเวลา อันควร เพราะคุรรับความเสี่ยงต่อไปไม่ไหว แต่มันไปได้อีกหน่อยมันก็ลงอย่างรุนแรง หรือ ซื้อไม่ได้ต่ำสุดๆ เพราะมันไม่ใช่เรื่องสำคัญอะไร มากไปกว่า คุณซื้อเมื่อมันถึงเวลาซื้อแล้ว มันพร้อมที่จะขึ้นไปทำกำไรให้คุณตามที่คุณวางแผนไว้ เพราะการซื้อได้ต่ำสุดๆนั้นมันไม่ได้ทำให้คุณร่ำรวยไปกว่าคนอื่นชนิดมหาเศรฐี หรอก แต่การหาจุดเข้าซื้อที่ มันจะพาคุณวกกลับขึ้นไปแน่นอนนั้น มันสำคัญกว่านะ และ ประเภทดูราคาเป้าหมายแล้วก็ซื้อ นี่เจ๊งมาหลายรายแล้วนะครับ ว่าราคามันจะเป็นเท่านู้ เท่านี้ นะ
มันก็ไม่ต่างจากคนที่หลงซื้อที่ดิน ห่วยๆ จากปากของนายหน้า นั่นแหละ
ว่าราคามันจะขยับขึ้นไปเรื่อยๆ อย่างโน้นอย่างนี้ สุดท้ายซื้อแล้ว ขายไม่ออกก้มีจนต้องยอมลดราคาขายขาดทุน
ถ้ามันเป็นแบบนี้แล้ว การลงทุนคือความเสี่ยง พูดไม่ได้หรอกครับ
หุ้นมันอยู่บนกระดาน ที่ดินมันอยู่กับที่ เรานั่นเองที่ควักเงินไปซื้อมัน เพราะฉนั้น คนที่ทำให้มันเสี่ยง คือตัวเราเอง แต่รำไม่ดีไปปไทษปีโทษกลอง แต่กลับไม่โทษตัวเอง ทำไมไม่ดูก่อนว่า สิ่งที่เราลงเงินไปนั้น มัน อาจจะได้เงิน หรือมันได้แน่ๆ หรือไม่รู้ ฉันชอบเสี่ยง

ความคิดเห็นที่ 6
เขียนเมื่อ : 18 Oct 2009 14:33:37     114.128.44.xxx
โดยคุณ
หุ้นน้ำมัน ค่อนข้างเคลื่อนไหวไปตามset บางตัวช้ากว่า บางตัววิ่งนำset ขึ้นอยู่กับ ความเหมาะสม ข่าวดี ร้าย ของแต่ละตัว และ ราคาน้ำมันดิบ และสุดท้าย มันมีอิทธิพลต่อset คือมีค่าดัชนีที่มีผลต่อการขึ้นลงของset มันจึงเป้นเครื่องมือชี้นำset เมื่อ เขา........ต้องการให้มันเป็นไป

ก่อนที่จะเข้าซื้อและลงทุน คร่าวๆ คุรควรดูว่าตอนนี้ ภาพรวมของศ.ก มันเป้นไปในทางทิศไหน เติบโตหรือ ซบเซา มันมีผลต่อการใช้น้ำมัน อย่างปีที่แล้ว การใช้น้ำมันลงลงอย่างต่อเนื่องมันก็ส่งผลให้ราคาของหุ้นน้ำมันลดลงอย่าเป้นเหตุเป็นผลกัน(ต้นปี2008 จนถึง ต้นปี2009)
http://stockcharts.com/charts/gallery.html?$WTIC

ดูราคาPTTย้อนหลัง
http://www.thaiset.com/stock/index.php?submit=initialed&stock=PTT&date=150&data_grid=4&grid=5&graph_type=candle&fine_view=false&stat=bband&submit=300days

ค่าเงินUSD ยังเป็นเงินสกุลหลัก ที่ใช้กันอยู่ ในเมื่อผลตอบแทนประเทศตนมันไม่เวอค์ ทั้งตลาดหุ้น ตลาดเงิน มันก็ต้องออกไปที่ประเทศอื่น ถ้ายังไม่เวอค์แบบนี้ ก็ยังไม่ดึงกลับ แต่ถ้ามันเวอค์ และถึงเวลาดึงกลับไปลงทุนต่อประเทศตนเมื่อไหร่ ประเทศที่เคยลงทุนจะหนาว
http://stockcharts.com/charts/gallery.html?$USD
ยังครับ ยังไม่หมด

ยังต้องดูดาวโจน
อัตตราแลกเปลี่ยนเงินบาท เงินนอดไหลเข้า-หรือไหลออก
ซึ่ง มีผู้ใหญ่ใจดีท่านนึง อับเดทให้เราได้ดูกันทุกเช้าในกระทู้ คุณตาบลูฮิลล์
ไม่เข้าใจให้ถาม อายครูบ่รู้วิชา แล้วมันจะพาอับจนเพราะขาดทุนย่อยยับ เร็วนะจะบอกให้
และยังมี พอร์ตสะสม ขายออก และคงเหลือ ของต่างชาติ ที่คุณFAH ได้เสียสละเวลารวบรวมไว้ให้ดู กัน
ส่วนทฤษฏี ของคนอื่นก็ไม่ใช่ว่าจะไม่ดี แต่มันเป็นความสามารถเฉพาะตัว ผมขอบาย ไม่แนะนำ ไม่นานคุณก็จะค้นพบความสามารถเฉพาะตัวของคุณเอง ซึ่งมันก็เป็นประโยชน์ คือมันทำเงินได้ แต่ ให้ตระหนักว่ามันเป็นการพนัน วัดดวงหรือเสี่ยงดวงหรือเปล่า

ความคิดเห็นที่ 7
เขียนเมื่อ : 18 Oct 2009 14:41:17     114.128.44.xxx
โดยคุณ
มีทฤษฏี สักสองสามตัว ไว้คอยนำทาง
ของผมใช้ทฤษฏีการนับคลื่นของอีเลียต เป็นหนึ่งในสามตัวหลัก
พักก่อนคุณตาบลูฮิลล์ สอนเราดูกร๊าฟ แท่งเทียน แนวรับ แนวต้าน
พฤติกรรมการซื้อของต่างชาติ ไปหาดูย้อนหลังนะครับ


ความคิดเห็นที่ 8
เขียนเมื่อ : 18 Oct 2009 14:46:51     114.128.44.xxx
โดยคุณ
set ตอนนี้ มันเป็นการบ้านของผมเอง คุณอย่าเชื่อหมดนะ เพราะผมทำมันทุกวันผมพอจะทราบจุดที่มันจะหักเห ถ้ามันไม่เป็นอย่างที่คาดไว้ และพร้อมที่จะstop loss ได้ทุกเวลาถ้ามันจำเป็น
ภาพไม่มา ขอเวลาแก้ไข

ความคิดเห็นที่ 9
เขียนเมื่อ : 18 Oct 2009 14:59:25     114.128.44.xxx
โดยคุณ
ก็ คงพอจะมีคำตอบแล้วใช้ไหมครับ ว่าเวลาที่คุณจะเข้าไปลงทุนนั้นมันควรจะเป็นเวลาไหน
และ จะปล่อยให้profit run ไปเรื่อยๆ เป็นระยะเวลานานเท่าใด
และจะ exit plan เมื่อถึงเวลาใด
ถ้าถึงคราวที่มันไม่เป็นไปตามแผน เราจะstop มันตรงไหน

แต่ถ้ายัง กลับไปทำใหม่ ใหม่ๆและใหม่ จนกว่าจะมีคำตอบให้ได้ สามข้อนี้ ครับ
สุดท้ายนี้ ขออวยพรให้ ผู้อยู่แดนใกล มีใจเด็ดเดี่ยว ขอพระคุ้มครองยามใจห่อเ ห่ยว ปกป้องแลเหลียว ร่ำรวยกลับมา
http://www.youtube.com/watch?v=3IypoUp343Y
หรือ http://www.youtube.com/watch?v=CRzbiQRi4Og

ความคิดเห็นที่ 10
เขียนเมื่อ : 18 Oct 2009 15:31:24     114.128.44.xxx
โดยคุณ
ก็เป็นการนั่งคุยกัน เล่นๆ ผมขอเวลาไปทำงานต่อ
ตอนนี้ ผมกำลังสนใจ "หุ้นไม่เต็มบาท" อยู่ตัวนึงครับ
รอบที่ผ่านมา มันให้กำไรแก่ผู้ที่ถือมันจน ถึงเวลา ไป300กว่า% ทีเดียว ถ้าผมเจียดเงินที่ไม่ใช้ไปลงทุนมันสักสองแสน ผลตอบแทนมันไม่เลวทีเดียว ว่าแต่ว่ามันจะมีอีกหรือเปล่านี่...สิ..............ผมยอมเสียเวลา ดีกว่าเสียเงินลองผิดลองถูก หุ้นตัวนั้นอยู่ในกลุ่มอสังหาริมทรัพย์ครับ บอกแค่นี้แหละ

ความคิดเห็นที่ 11
เขียนเมื่อ : 18 Oct 2009 16:02:07     203.121.133.xxx
โดยคุณ
http://www.gotomanager.com/news/details.aspx?id=30988

ความคิดเห็นที่ 12
เขียนเมื่อ : 18 Oct 2009 20:44:05     110.164.97.xxx
โดยคุณ
ถ้าสามารถถือยาวขนาดนั้นได้ นับว่าใจมั่นคงทีเดียว ตอนแรกผมก็คิดเช่นนั้นเหมือนกัน แต่ไม่สามารถทำได้ ต้องขายแล้วก็ซื้อคืนเป็นระยะ บอกตรงครับ มันเสียวๆ เวลาหุ้นลงน่ะ

ความคิดเห็นที่ 13
เขียนเมื่อ : 19 Oct 2009 13:26:40     203.113.1.xxx
โดยคุณ
เด็กดอย อธิบายเพียบเลย.....

ความรู้เยอะเลย.......

ขอบคุณมากเลย......

ท่านเจ้าของกระทู้ลองหาหนังสือแนว vi ดูดีกว่าส่วนมากคนถือยาว
เขาดูกันที่ค่าPE กับแนวโน้มกำไร ดูผลประกอบการแล้วมักจะไม่เอากลุ่มน้ำมัน หนังสือก็พวก ตีแตก อะไรประมาณนี้นะ
หรือจะถือเอาปันผลก็ดูกว่าคุ้มกันไหมกับราคาที่มันเหวี่ยงขึ้นๆลงๆมากกว่าปันผลหลายเท่าหนังสือ ก็พวกหุ้นห่านทองคำอะไรแบบนี้นะ

ความคิดเห็นที่ 14
เขียนเมื่อ : 19 Oct 2009 14:20:22     118.173.156.xxx
โดยคุณ
ขอบคุณมากค่ะที่พิมพ์ยาว ๆ ให้อ่าน

ขอบคุณเจ้าของกระทู้ที่ถามด้วยค่ะ

ความคิดเห็นที่ 15
เขียนเมื่อ : 19 Oct 2009 17:30:16     58.8.110.xxx
โดยคุณ
ขอบพระคุณอย่างสุดซึ้ง ครับ ท่าน "เด็กดอย"

ข้าน้อยขอคาราวะ ^^

ความคิดเห็นที่ 16
เขียนเมื่อ : 19 Oct 2009 18:26:48     118.172.24.xxx
โดยคุณ
ถ้าผมซื้อ ปตท. ตั้งแต่ปี 40 ที่ราคา 41 บาท 100,000 หุ้น ป่านนี้ ผมจะมีเงินเกือบ 10 ล้าน ในทางกลับกัน ถ้าผมซื้อ itv ถึงวันนี้ ผมเจ๊ง


ความคิดเห็นที่ 17
เขียนเมื่อ : 19 Oct 2009 20:58:46     124.122.45.xxx
โดยคุณ
ได้ความรู้ยาวววววววววววว(ฮา)รู้ลึก แหล่ม เลยครับ
สุดยอด ครับ ขอบคุณ มากๆน่ะครับ

        การให้คำแนะนำการลงทุน การติดต่อ การชักชวน หรือการวางแผนการลงทุนให้แก่ผู้ลงทุนเพื่อการซื้อขายหรือลงทุนในหลักทรัพย์ ตลอดจนการวิเคราะห์การลงทุน หรือกระทำใดๆ อันเป็นการซื้อขายหลักทรัพย์แทนบุคคลหรือกลุ่มบุคคลอื่นโดยไม่ได้รับอนุญาตอย่างถูกต้องตามกฎหมายเป็นการกระทำที่ไม่เหมาะสม และอาจเข้าข่ายเป็นความผิดตาม พ.ร.บ.หลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535 และความผิดฐานหลอกลวงหรือฉ้อโกงประชาชนตามประมวลกฎหมายอาญา
 
ก่อนการตั้งกระทู้ใหม่ กรุณาอ่าน "ระเบียบการใช้งาน" ซึ่งถือเป็นข้อตกลงในการใช้บริการก่อน
ทางทีมงาน ขอสงวนสิทธิ์ในการลบข้อความที่ไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า